ZS :เอสยูวี ดูแพงในราคาเอื้อมถึง

ผมปล่อยให้เวลาตกผลึกไประยะหนึ่งแล้วค่อนลงมือเขียนถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในรถยนต์เอสยูวี จากMG ได้เชื่อมโยงข้อมูลไปหา ผู้บริโภค จาการนำเสนอ สิ่งใหม่ๆให้กับวงการรถยนต์เมืองไทย

เชื่อว่าวันนี้ MG ZS คงอยู่ในรายการเลือกซื้อของคนหลายๆ คนบรรดา ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์ และไม่สมบูรณ์ ในโลกนักเลงคีย์บอร์ด นักข่าวพลเมืองจุดกระแสความตื่นตัวในรถยนต์เอสยูวี คันกระทัดรัดนี้ข้อมูลและการวิจารย์ในด้าน ของ”ความรู้สึก” ต่อรถ หลั่งไหลออกมาถล่มทลายเลยทีเดียว
การทดลองขับเอ็มจี ZS ในเส้นทาง กรุงเทพ-ระยองเส้นทางทดลองขับของเอ็มจี สำหรับการทดสอบอย่างเป็นทางการ ใช้เส้นทางเดียวกันทั้งหมด มีเวลา 1 คืน 2 วัน
มีรถในฟรีดให้ทดลองขับ มีซันรูฟและไอสมาร์ททุกคัน หรือรถที่เรียกว่า ไฮไลน์ เป็นเรื่องปกติที่ผู้ผลิตมักนำรถที่มีความสมบูรณ์ ด้วยฟังก์ชั่นเต็มมาให้สื่อได้ทดลองขับกัน เพราะตัวโลว์ไลน์ที่มีเทคนิค ไม่แตกต่างกันในสาระก็มีสมรรณะ เหมือนกับไฮไลน์

ก่อนขับผมติดตามข้อสังสัยของรถนี้  3 เรื่อง (ตามที่โซเชี่ยน มีเดีย พูดกัน คือ
1. เครื่องยนต์อืดหรือไม่ สเปคเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เขามีดังนี้ คือ เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 15S4C DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดมัลติพอยท์ ความจุกระบอกสูบ 1,498 ซีซี  กำลังสูงสุด 114 แรงม้า (84 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาทีและ แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก (มม.) 75 x 84.8 อัตราส่วนกำลังอัด 11.5:1

ตัวเลขเรียงมานี่ไม่อาจจะบอกว่าอืดหรือไม่อืด จนกว่าจะได้ลองเมื่อลองแล้วการตอบสนองของรถไม่ถือว่าอืด เหมือนที่บางคนตั้งธงไว้ ตอนนี้คนใช้ก็ไม่ได้พูดแล้วมันอืด เครื่อง1.5 ลิตรไม่เทา่ไรแต่ที่มันดีเพราะเกียร์ 4 สปีดแน่ๆ ผมบอกว่าต้นได้แต่ตอนปลายไหลต่อเนื่องอย่างน่าพอใจ ตอนลองขับไม่ได้มีฟูลโหลด (4 ที่นั่งเต็ม) ซึ่งการใช้ประจำวันน้อยโอกาสที่จะบรรทุกกัน4 คน

ระบบส่งกำลัง

  • อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode
  • อัตราทดเกียร์ 1 875
  • อัตราทดเกียร์ 2 568
  • อัตราทดเกียร์ 3 000
  • อัตราทดเกียร์ 4 697
  • อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 300
  • อัตราทดเฟืองท้าย 375

2.ที่พักแขน คอนโซลกลางประเด็นนี้ค่อนข้างประหลาดใจที่มีคนพูดถึง ตั้งแต่ต้นและ ตั้งข้อสังเกตเยอะ ผมเห็นว่ามันเป็นประเด็นเล็กน้อย  มันไม่ใช่หัวใจเอามาประเมิน ZS บางทีมันไม่มีความจำเป็นเสียด้วยซ้ำ  เอาเป็นว่าสาระหลักของรถมีดีอีกมากมาย มองข้ามตัวนี้ไป
3.กินน้ำมัน1.5 ลิตรเกียร์ 4 สปีดตัวเลขกินน้ำมันเป็นตัวเลขที่เปิดเผยอยู่ใน Eco Sticker ไม่ต้องไปเถียงรกันให้ยุ่งยาก เข้าไปเว็บ link นี้คนหาได้ทุกอย่างและหากวิเคราะห์เป็นก็ลอง  เทียบเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน ต่างกันที่ยี่ห้อห้อก็พอจะเห็นภาพ
การกินน้ำมันหรือไม่ มันไม่สามารถดูอย่างใดอย่างหนึ่งทางวิศวกรรมได้ เมื่อรถออกถนน มีปัจจัยมากมาย เช่นรถตัวใหญ่เครื่องใหญ่อาจจะไม่ดีในเมือง แต่ประหยัดดีเมื่อใช้ ทางนอกเมือง

โซเชี่ยลมีเดียรายงานกันไว้นั้น ต้องไปดูว่าขับกันอย่างไร นั่งกันกี่คนเอาร้องเท้าอีนู๋ไปซุกไว้ด้านหลัง ลืมเอาออกก็น้ำหนักเพิ่มแล้ว อัตรากินน้ำมันเปลี่ยนหรือ ตอนขับไปทดสอบไปไกลแค่ไหน เจออุณหภมิรอบข้างเป็นอย่างไร เรื่องนี้มันเชื่อถือไม่ได้ นอกจากข้อมูลจากอีโคร์ สติ๊กเกอร์

รูปแบบและแพคเก็จ
MG ZS  เป็นสุดยอดของดีไซด์หน้าตาสมัยใหม่คันนึงในตลาดขณะนี้อาจจะไม่เท่ากับ มาสด้า แต่เอ็มจีZS แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง มีความลงตัว สวยงาม มองจากภายนอกเส้นประกอบที่นำสมัย(modern themes) อยู่ในจุดที่เหมาะสม  ทรงรถ  “เหมือน”รถชั้นนำหลายยี่ห้อเช่นแต่นั่นเป็นความคล้ายในแง่ดี

ลองไล่ๆ ดู กระจังหน้าเหมือนจากัวร์โดยเฉพาะ รังผึ้งหน้า ที่มีลายจุดหรือเรียกว่า “ดอท”รถสมัยใหม่หันมาใช้หลายยี่ห้อโดยผมเห็นใน เกีย คานิวัลก็ทำดอดสวยรถพรีเมี่ยมก็มีหลายคันถามผมว่ามันเหมือนจากัวร์ไหมผมเห็นด้วยว่ามันเหมือนครับเหมือน เอ็กซ์เจ (XJ) รุ่นปี 2016 เรียกว่า เอาโลโก้ มาแปะนี่ใช่เลยต่างตรงมันเป็นเสือตัวเล็กไปหน่อยเท่านั้น
“เส้น character line  ที่อยู่บนด้านข้องของตัวถัง ZS ผมก็ว่ามันคล้ายๆ จากัวร์ อีเพส ผสมกับ CX5  แถมด้วยกลิ่นอาย BMW
เส้นนี้ของMG เมื่อไปเทียบกับเส้น ที่ฮอนด้า ใช้บางรุ่น เส้นของฮอนด้ามีเส้นcharacter line เหมือนBmwมากกว่า MG อีกดูCITY นานๆจะเห็นความชัด
สำหรับผมแล้วความเหมือนแบบนี้ไม่เสียหายหรอก เหมือนในทางที่ดีมีรถจีนอีกมากมาย ที่เคยเห็นทำคล้ายแต่ไม่เหมือนสุดท้ายแล้วกลายเป็น “ยำใหญ่” ดูอย่างไรก็อัปลักษณ์

โดยรวมแล้วเส้นสายZS ดูเชื่อมกันไม่ขาดไม่เกิน MG ZS อาจจะไม่ใช่SUV ที่มีการ์ดอันจำเป็นสำหรับปกป้องตัวถัง เหมือนพวกพร้อมลุย ที่ต้องติดการ์ดที่ชายล่างหรือติดยางดำที่คิ้วล้อ

รถแนวลุยๆ นี้ผมเรียกว่า “ครอสโอเวอร์” (ส่วนใหญ่ก็สับสนไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรกันระหว่างSUV กับ ครอสโอเวอร์ ) ผมถือโอกาสแยกเลยว่า ถ้ามาแนวเนียน แบบเก๋งเช่น เอ็มจีZS ให้เป็นSUVแล้วกัน แน่นอนว่าถ้าไม่มีการ์ดให้เห็นแม้แต่นิดเดียว

รายละเอียดการ ออกแบบภายนอก ที่น่าสนใจ 

  • ออกแบบด้วยแนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) มุ่งเน้น 3 คอนเซ็ปต์หลัก คือความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Exclusive) ความเร้าอารมณ์ (Emotional) และความคล่องตัวปราดเปรียว (Agile) อันนี้เป็นธีมที่เป็นคอร์ของการออกแบบ
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มีความหรูหรา ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น เอ็มจี -อย่างที่บอกมันไปเหมือนในแง่ดีของรถหลายยี่ห้อ ก็ยังดีที่MG ค้นหาตัวตนเจอ
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์
  • ไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันหรือเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ (Daytime Running Lights) ถ้าจะส่งออกต้องมีปัจจุบันได้รับการยอมรับมากขึ้น ในไทยสมัยก่อนเปิดไฟไป ตำรวจเรียก ผมเป็นพวกแรกๆ กับคุณวนัฐสุข แห่งศูนย์อบรมขับขี่ปลอดภัยaDTC ที่ลองเปิดไฟวิ่งกันบนถนนมานาน
  • ไฟท้ายแอลอีดี ทิวบ์ (LED TUBE)
  • หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา โปร่งสบายยิ่งกว่าด้วยพื้นที่ของซันรูฟที่มีขนาด 90 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่หลังคาทั้งหมด (เฉพาะรุ่น X) ตัวนี้เป็นออฟชั่นเด็ด แม้ว่าบางคนอาจจะมองว่า เมืองไรร้อนใช้ไม่ได้แต่ผมว่าแล้วแต่รสนิมใครรสนิยมมัน ถ้าซื้อก็จะเลือกตัวที่มีหลังคาแบบนี้เพราะว่า ผมขอบอิสระ ชอบธรรมชาติที่สำคัญอยากได้ทีหลังหมดสิทธิ์ใส่เพิ่มนอกจากซื้อรถใหม่ หรือรื้อหลังคาซึ่งอย่างหลังไม่คุ้ม
  • ไฟเบรกดวงที่สามแบบแอลอีดี ระบบ แอลอีดี คงเป็นมาตราฐานรถหลังจากนี้ รถใหม่ใครไม่มีนำเสนอก็แสดงว่าลดต้นทุนหรือไม่ก็ของเก่าที่ซัพพลายเออร์เหลือเยอะไม่อยากเปลี่ยนเครื่องจักร
  • ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง (ยกเว้นรุ่น C ที่มีเฉพาะไฟตัดหมอกหลัง) มีไว้ใช้ให้เป็น
  • กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว
  • สปอยเลอร์หลังแบบสปอร์ต
  • ราวหลังคา (ยกเว้นรุ่น C)
  • ที่เปิดประตูท้ายสไตล์สปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น X)
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าและหลัง
  • ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X)
  • สีตัวถังมีทั้งหมด 5 สี คือ สีแดง Scarlet Red สีฟ้า Marina Blue สีดำ Black Knight สีขาว Arctic White และสีเงิน Silver Metallic (รุ่น C จะมีเฉพาะสีขาว Arctic White และสีเงิน Silver Metallic)

ภายใน
รูปแบบและวัสดุภายในของZSใช้คำว่า”คุณภาพสูง”ได้อย่างมั่นใจ  แดชบอร์ด (dashboard) ดูแพงหารถเกรดคุณภาพวัสดุแบบนี้ในราคาZSไม่พบในตลาดเลย( ส่วนใหญ่ล้านกว่าขึ้นไป)ฟอร์มของรูปทรงห้องโดยสารก็เป็นผลงานของคนออกแบบที่คำนึงถึงคนตัวใหญ่ นั่งสบาย สำหรับยุโรป ใช้แนวทางนี้ คือ ดูข้างนอกแบบเล็กแต่ ข้างในใหญ่ ต้นตำรับคือ ออดี้ ที่นั่งเขาไม่อึดอัด กระจกเยอะ เป็นมรดกการออกแบบที่แบรนด์ยุโรป นำมาใช้เกือบทุกยี่ห้อ ยกเว้นค่ายกังหันสีฟ้า

รายละเอียดการออกแบบภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • ตกแต่งด้วยสีแบบทูโทน สะท้อนความหรูหราและความสปอร์ตสไตล์รถยุโรปขนานแท้ อันนี้ใช่ต้นทุนการผลิตสูงกว่าพวกสีเดียว และตัดเย็บแบบเส้นเดียวง่ายๆ
  • วัสดุเน้นผิวสัมผัสนุ่มนวล เพิ่มภาพลักษณ์ความสง่างาม รถแพงเท่านั้นที่ให้ตรงนี้ แต่ยังห่วงนะว่าระยะยาวโฟมพวกนี้จะยุบหรือย่อยไหมแดดบ้านเรามันร้อนมากต้องดูก้นยาวๆ
  • เบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับระดับ 2 ทิศทาง
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูส คอนโทรล (เฉพาะรุ่น X) ซื้อไว้ตัวนี้ขับทางไกลช่วยได้มากทีเดียว รถทดสอบเวลาขับ ผมนี่ติดระบบนี้หนักเลย ถ้ารถทดสอบคันไหนไม่มีระบบนี้ เหมือนมันขาดอะไรไป
  • เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง
  • หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ
  • ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล (ยกเว้นรุ่น C)
  • ช่องแอร์ออกแบบสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์
  • ปุ่มสตาร์ทอัจฉริยะ (ยกเว้นรุ่น C) น่าจะให้มาทุกรุ่นนะผมว่า ตัวนี้
  • ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ และไฟส่องแผ่นที่
  • กุญแจรีโมท
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • ลำโพง 6 ตัว (รุ่น C มีลำโพง 4 ตัว)
  • หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว จอดีมากตอบสนองสัมผัสได้เร็ว
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ ช่องเชื่อมต่อยูเอสบี และระบบเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ มาครบแบบนี้ทำให้เราใช้ฟังก์ชั่น สมาร์ทโฟนได้เต็มประสิทธิภาพ เวลาฟังวิทยุ ขอบข่ายกว้างไกลไม่ต้องมานั่งฟังขายยา ขายตรง ที่ครองโปรแกรมวิทยุไปทุกสถานี

สัมผัสแรก

สิ่งล้อมตัวคนขับรู้สีกว่ามีระยะการนั่งที่ดี ไม่สูงหรือต่ำ เกินไป ทัศนวิสัยด้านหน้าด้านข้างดี การที่มีกระจกบานใหญ่ก็รู้สึกปลอดโปร่ง มีการพูดถึงที่พักเท้าซ้ายที่ รถไม่ได้ให้มา ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ติดที่พักเท้าซ้าย แต่สุดท้าย ลืมๆไป ระยะ200-300 กิโลเมตรแรกที่ขับผ่านไป เราไม่ต้องการมันเลยนี่หว่า ขนาดวงพวงมาลัยกระชับ แนวสปอร์ตเล็กๆ ผิวสัมผัสก็ให้ความรู้สึกดี รถคันนี้นั่งแล้วอบอุ่นมองรอบๆ แล้วได้กลิ่นอายของความหรูหรามากเลยทีเดียว

มิติตัวถัง
ZS
เป็นรถกระทัดรัดใช้งานพอดิบพอดี ในแต่ล่ะวัน มิติของรถ ความยาว 4,314 มม. ความกว้าง 1,809 มม.ความสูง 1,624 มม.ระยะฐานล้อยาว 2,585 มม.ระยะฐานล้อคู่หน้า 1,526 มม.ระยะฐานล้อคู่หลัง 1,534 มม.
เรามองจากภายนอกอาจจะดูโครงสร้างเล็กกระชับแต่เมื่อเข้ามานั่งภายใน พื้นที่หลังคาเหลือเยอะมากกว่า และพื้นที่วางเท้าก็ทำได้ดี
คุณภาพการขับขี่นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่เวลาวิจารย์รถแล้วจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นั่นคือ ภาคการควบคุมรถ การเร่งการเบรก การโยนตัวของตัวถังการตอบสนองต่อการสั่งงาน ความมีเสถียรภาพในการวิ่งทางตรง อย่างแรกที่คิดว่าได้รับความรู้สึกที่สำคัญคือรู้สึก”ปลอดภัย”เมื่อเริ่มออกรถ เวลาขับรถลองออกรถเบาๆ จับความรู้สึก การควบคุมรถเป็นไปตามสั่งไหม คมหรือแม่นยำไหม และพยายามบอก ตัวเองว่า แบบนี้ปลอดภัยหรือไม่ ย้ำว่าหัวใจสำคัญในการประเมินรถ ไม่ต้องขับรถเร็วเอาแค่นั่งก่อนก็สามารถรู้ว่ารถเป็นอย่างไร ลองนั่งบีเอ็มดับเบิลยู กับรถญี่ปุ่น มันรู้สึกต่างกันฉันไดก็ฉันนั้น ZS ให้สัมผัสแรกว่ามั่นคง โปร่งสบายจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของคนขับล่ะว่าจะ รักษาความนุ่มนวนไปได้แค่ไหน

ทางเทคนิค ระบบบังคับเลี้ยว ระบบกันสะเทือนและระบบเบรก ระบบพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า พร้อมโหมดการปรับน้ำหนักของพวงมาลัย ตัวนี้เล่นได้หลายระดับ รัศมีวงเลี้ยว 5.6 เมตร ช่วงล่างด้านหน้า อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อนระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรก

คุณค่าที่นำเสนอใหม่ 

MG ZS มาพร้อมนิยามใหม่ของรถสมาร์ทคาร์เพื่อชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) ที่ให้ความทันสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น นอกจากการติดตั้งระบบอัจฉริยะ i-SMART สามารถรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกในโลก ภายในห้องโดยสารยังเพียบพร้อมความสะดวกสบาย กว้างขวาง และพรีเมียม พร้อมระบบความปลอดภัย Synchronized Protection System 9 ระบบ โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมถุงลม 6 จุด คู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย  ระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 9 ฟังก์ชั่น ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

  1. ABS – Anti-lock Braking System ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน
  2. EBD – Electronic Brake Force Distribution ระบบช่วยกระจายแรงเบรก
  3. EBA (Electronic Brake Assist) ระบบเสริมแรงเบรก
  4. TCS – Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  5. CBC – Curve Brake Control ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง
  6. SCS – Stability Control System ระบบควบคุมการทรงตัว
  7. HAS – Hill Start Assist System             ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
  8. TPMS – Tire Pressure Monitor System             ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (เฉพาะรุ่น X)
  9. Emergency Stop Signal ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน
  10. Follow Me Home Light ไฟส่องสว่างนำทางหลังจากเครื่องยนต์
  11. จุดยึดเบาะที่นั่งเด็ก ISOFIX
  12. เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  13. เข็ดขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  14. พวงมาลัยยุบตัวเมื่อเกิดการชน
  15. กล้องมองหลัง
  16. สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  17. ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และสัญญาณกันขโมย
    สิ้่งเหล่านี้ถือเป็นมาตรฐานของรถที่ควรจะเป็นและควรได้เห็นในรถระดับราคานี้ไม่ใช่ต้องซื้อรถแพงๆถึงจะได้ แน่นอนว่าอุปกรณ์ต่างๆ บางทีเราอาจจะมองข้ามไปเรียกว่า”ให้ไม่ให้ก็ไม่ได้ใช้”แต่ต้องตระหนักว่าเมื่อเวลาต้องการใช้มันควรจะมีให้พร้อม

สิ่งใหม่รถมาพร้อมคราวน์ครั้งแรก

ระบบสั่งการอัจฉริยะ i-Smart รองรับการสั่งการภาษาไทยครั้งแรกในโลก และสามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้ขับ มุ่งหน้าสู่ความเป็นผู้นำการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะหรือสมาร์ทคาร์ เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคไอที ผู้ใช้สามารถควบคุมระบบการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เพียงแค่พูด “ฮัลโหล เอ็มจี” (Hello MG) เพื่อเริ่มต้นใช้งานซึ่งสามารถสั่งการฟังก์ชั่นต่างๆในตัวรถ รวมถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และระบบช่วยนำทางทำให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายในการใช้งานและไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมสั่งการผ่านหน้าจอภายในรถ และการสั่งการผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นในอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

ทั้งนี้ระบบ i-Smart ใน NEW MG ZS (ยกเว้นรุ่น C) มีฟังก์ชั่นเด่นที่ช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งให้ข้อมูลรถยนต์เพื่อ ผ่านช่องทางการสั่งการ 3 ทาง ได้แก่

  1. ระบบสั่งการด้วยเสียง (Thai Voice Command) ผู้ขับขี่สามารถสั่งการระบบซันรูฟ / ระบบเครื่องเสียง / ระบบปรับอากาศ / โทรออกและรับสาย / ระบบนำทาง
  2. ระบบสั่งการผ่านหน้าจอทัชสกรีน ( i-Smart on Touchscreen) รองรับการใช้งานระบบนำทางเนวิเกชั่น พร้อมระบบตรวจสอบการจราจรแบบเรียลไทม์ อีกทั้งยังมีระบบที่สามารถแนะนำร้านอาหาร และที่พักบนแผนที่นำทาง ระบบเลขาส่วนตัว i-Call ระบบโทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉิน
  3. ระบบสั่งการด้วยมือถือ (i-Smart Mobile Application) ผู้ใช้งานสามารถสั่งการหลายฟังก์ชั่นภายในรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวกสบาย ได้แก่ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ และเปิดระบบปรับอากาศอัจฉริยะ ระบบล็อก และปลดล็อกประตู ระบบวางแผนการเดินทาง ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ และระบบค้นหารถ Find my car รวมถึงระบบตรวจสอบสถานะรถยนต์ และเตือนความผิดปกติของรถยนต์

การนำเสนอระบบคราวน์ในรถเป็นยี่ห้อแรกของเมืองไทย ต้องทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้พอสมควรและซื้อไปแล้วต้องพยายามใช้ไม่เช่นนั้นมันจะไม่ฉลาด ในรถราคาเพียงเท่านี้ถือว่า ZS ให้ของมาเต็ม หากแบรนด์ใด เริ่มใช้กลยุทธ์เดียวกัน ด้วยการสร้างมาตราฐานใหม่ในราคาที่รับได้  เชื่อว่าตัวนี้มันจะมีผลเปลี่ยน
ซึ่งสิ่งที่นำเสนอมานี้ต้องดูเบื้องหลังของ MG ด้วยโดยเฉพาะการพยายามเข้าสู่ตลาดที่แข็งแกร่ง และถูกครอบครองจากญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่น กำหนดเกมในฐานะผู้นำแต่ MG ต้องการเป็น ผู้กำหนดเกมไม่ใช่เกมที่ถูกกำหนด

บริการเครือข่าวและหลังการขาย
ปัจจุบัน เอ็มจี มีผู้จัดจำหน่ายพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานถึง 80 แห่งทั่วประเทศ มีการบริการ” แพสชั่น เซอร์วิส “ได้แก่ การรับประกัน ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร รถบริการตรวจเช็คระยะเคลื่อนที่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน และ Call Center 1267

คำแนะนำทั่วไป

การเลือกซื้อรถแบรนด์ใหม่แน่นอนว่า ค่อนข้างยากเพราะว่า หากท่านเป็นคนที่ตัดสินใจเองได้ก็จบ แต่ส่วนใหญ่มีครอบครัวมาร่วมตัดสินใจ ทางด้านวิศวกรรมแม้จะมีของใหม่ๆ แต่ประสบการณ์การใช้ยังน้อยโอกาสมีคำถามเนื่องจาก ผู้ซื้อไม่มีประสบการณ์กับรถมาก่อน มากเลยทีเดียวในด้านคุณค่าไม่มองราคาขายต่อและอะไหล่ถือว่า ZSมีคุณค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับราคาแต่ในแง่ของ ความคงทน ความสามารถในการยืนระยะของฟังกืชั่นต่างๆ ต้องรอการพิสูจน์ซึ่งMG ก็คงมีแผนดำเนินงานอยู่แล้วดังนั้นZSถือเป็นรถที่ซื้อได้ คุ้มค่า แต่ต้องใช้งานด้วยตัวเอง