Gearshift 2018 :เมื่อคนไทยตัดสินใจซื้อรถจากมือถือ

งานวิจัย “Gearshift 2018: Purchase Journey of Thai New Car Buyers” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Google และ TNS  เพื่อวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ของคนไทย ซึ่งGoogle ได้เผยแพร่เป็นประจำทุกปี ล่าสุด พบว่างานวิจัยPurchase Journey of Thai New Car Buyers แสดงให้เห็นว่าลูกค้า คนไทยใช้เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลและดูวิดีโอประกอบการตัดสินใจ ซึ่งมีนัยยะสำคัญต่อวงการซื้อ-ขาย รถยนต์ในปัจจุบัน 

ในงานแถลงข่าวกลุ่มย่อยที่สำนักงานของ กูเกิล ถนนวิทยุ ในกรุงเทพฯ ช่วงบ่ายของวันศุกร์ ที่21 ธันวาคม 2561:ภายใต้ ในหัวข้อ “Think Auto”งานวิจัยชิ้นใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย และพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ของคนไทยในยุคปัจจุบัน โดยงานวิจัยนี้ ได้สัมภาษณ์ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ ทั้งชายและหญิง จำนวนทั้งสิ้น 503 ราย ที่มีการซื้อรถยนต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ผู้ซื้อค้นหาข้อมลจากโทรศัพท์

งานวิจัยสะท้อนว่า การใช้โทรศัพท์มือถือทำให้ผู้บริโภคไทยได้รับข้อมูลข่าวสารรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม และด้วยช่องทางการค้นหาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับรถยนต์ที่ต้องการจะซื้อก่อนเข้าไปสอบถามกับตัวแทนจำหน่าย

เกือบ 97% ของผู้ซื้อรถยนต์ที่ดูวิดีโอออนไลน์มีการตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างหลังจากนั้น โดยในจำนวนนั้น 62% เข้าชมเว็บไซต์ของแบรนด์รถยนต์ที่สนใจต่อ (เพิ่มจาก 49% ในปีที่ผ่านมา)วิดีโอออนไลน์ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

แหล่งหาข้อมูลของผู้ซื้อปี2018

และงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าสื่อดิจิทัลมีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของคนไทยมากขึ้นโดย 99 % ผู้ซื้อได้เลือกค้นหาข้อมูลจากระบบค้นหาข้อมูล หรือ เสิร์ชเอนจิน จากนั้น จะดูวิดีโอ(Online VDO )ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งหลังจากนั้น ผู้บริโภค88% ซึ่งการเข้าไปเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของค่ายรถเพิ่มขึ้นถึง 46% จากปีก่อนหน้า ส่วนนีแสดงให้เห็นความสำคัญว่า แบรนด์ต้องมีเว็บไซต์ที่ดี ส่วน75%ของกลุ่มตัวอย่างติดตามค้นหาข้อมูลจาก โซเชี่ยล มีเดีย ในขณะที่อิทธิพลของการโฆษณา ตามมาลำดับที่5 สิ่งที่น่าสนใจอีกส่วนในการค้นหาข้อมูลคือ เว็บไซต์ของดีลเลอร์  โดยมีลูกค้าสนใจข้อมูลเป็นลำดับที่6

วีดีโอ มืออาชีพดึงดูดลูกค้า

ในส่วนนี้ VDO นี้มีการวิจัย เนื้อหาและรูปแบบการผลิต โดยสิ่งที่ได้รับความสนใจจากลูกค้า ถือว่าวีดีโอที่ผลิตโดยค่ายรถ และมีโปรดักชั่นระดับมืออาชีพนำมาเป็นลำดับแรกหรือ 81% ลำดับรองลงมาคือ วีดีโอ ออนไลน์ ที่มีคุณภาพแต่ผลิตโดย แหล่งข้อมูลอิสระเช่น สื่อมวลชนได้รับความนิยมเป็นลำดับที่2 หรือ   59%  ส่วนวีดีโอส่วนบุคคล วีดีโอรีวิวต่างๆ ส่วนตัว หรือจากบุคคลที่ทำตามคอนเซ็ป ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ และประเภทถือกล้องไปเดินส่องตามงาน โดยไม่ได้มีการโปรดักชั่นแบบมืออาชีพ ได้รับความนิยม26%หรือลำดับที่3

งานวิจัยเรื่องแหล่งที่มาของวีดีโอ ออนไลน์นี้ให้เห็นว่า ค่ายรถยนต์จำเป็นต้องใช้สื่อสารผ่าน วีดีโอออนไลน์เพื่อตอบสนองลูกค้าในขณะที่ระดับความน่าสนในของ วีดีโอ ออนไลน์โดยสื่อที่เชื่อถือได้มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ

หลังจากที่ผู้บริโภคต้นหาข้อมูลโดย Onl

คนซื้อเปิดใจเลือกแบรนด์ใหม่มากขึ้น
ผู้บริโภคไทยเปิดรับความคิดเห็นต่างๆ ในระหว่างการหาข้อมูล โดยเฉลี่ยแล้ว คนไทยมีการพิจารณาแบรนด์รถยนต์ที่สนใจ 4.7 แบรนด์ ก่อนทำการตัดสินใจ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.9 แบรนด์ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภค

ภูมิภัส ฉัตรแก้ว ผู้จัดการกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ Google ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้บริโภคไทยพิจารณาแบรนด์รถยนต์เพิ่มขึ้นจากเดิม โดย 56% หรือกว่าครึ่งหนึ่งของกล่มตัวอย่างอยากลองแบรนด์ใหม่ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ซื้อรถยนต์กับตัวแทนจำหน่าย การมีส่วนร่วมของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ

ผู้ซื้อรถตัดสินใจเร็วขึ้น
ในยุคที่ผู้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างง่ายดาย ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถใหม่เร็วขึ้น โดยมีการไปโชว์รูมเพื่อเลือกซื้อรถโดยเฉลี่ยเพียง 2.6 ครั้ง และ 44% ตัดสินใจซื้อหลังจากการทดลองขับเพียงครั้งเดียว โดยเฉลี่ยแล้วผู้บริโภคไทยจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ แต่มี 15% ที่ใช้เวลาตัดสินใจเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่านักการตลาดควรเข้าหาผู้บริโภคตั้งแต่ในช่วงการเริ่มต้นหาข้อมูลไปจนถึงเวลาของการตัดสินใจ แบรนด์ที่เริ่มต้นได้ดีไม่เพียงเเต่เข้าถึงผู้บริโภค แต่ต้องนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ตั้งแต่วินาทีเเรก