BMW 730Ld M Sport:ดีเซล ไฮเอ็นด์สุดหรูหรา

รถยนต์ที่หรูหรา เป็นรถธงของ ค่ายกังหันสีฟ้า เปิดตัวในตลาดไทยในรูปแบบ รถประกอบในประเทศ(CKD)เมื่อ 17 ส.ค. 2559 โดยบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เสริมทางเลือกรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ (ซีเคดี2 รุ่น ที่ออกมาพร้อมกันในช่วงนั้นได้แก่ 730Ld M Sport ใหม่ และ บีเอ็มดับเบิลยู X1 )

บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport  เป็นรถยนต์รุ่นแฟลกชิป หมายถึงเทคโนโลยีที่สำคัญๆ จะถูกนำมาใส่ไว้ในรถยนต์รุ่นนี้ ในโปรดักซ์ไลน์อัพนั้น บีเอ็มดับเบิลยูนำเสนอ 3 เกรดคือ

740Li Pure Ex
730Ld M Sport
740Li Pure Ex (With Addtional)

บีเอ็มดับเบิลยู นำเสนอรูปแบบตัวถังแบบยาวพิเศษ (L) โดยมีเครื่องยนต์ดีเซล(730) และเบนซิน(740) เป็น2 ทางเลือก โครงสร้าง เป็นรถแบบซีดาน 4 ประตูเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อน2ล้อหลัง

รูปลักษณ์ หรูหรา

ซีรี่ส์7 ได้จัดวางการออกแบบเป็นเอกลักษณ์ของความหรูหรา ดึงดูดสะกดสายตา ส่วนหน้าของรถ มีหน้ากระจังแบบ”ไตคู่”ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู เพิ่มความคมคายให้เด่นชัดด้วยการเพิ่มซี่ของไตคู่ขึ้น ไฟหน้ายังได้รับการออกแบบขยายไปจนถึงขอบไต
ในขณะที่ไฟทรงกลมคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลถูกจัดวางอย่างพอดี ด้านข้างและด้านหลัง มีความเด่นชัดสวยงาม หากมองโดยรวม การออกแบบรถใหญ่หรูหราคันนี้ อาจจะมองกระทัดรัด แต่เมื่อเข้าไปสัมผัสภายใน กลับมีพื้นที่กว้างขวางเรียกว่า ถ้าไม่เข้าไปนั่งแล้วอาจจะไม่ถึงความกว้างขวางนี้
ขนาดของบานประตูกว้างใหญ่ ก่อนหน้าที่จะนำรถหรูคันนี้มาทดลองขับเพิ่งจะลงจากรถ ซับคอมแพค แบบแฮทแบค พอมาเปิดประตู รถหรูคันนี้ยังปรับตัวไม่ทัน โดยขอบประตูกระแทกเอาหลายครั้งเพราะว่าไม่เคยชิน จังหวะของการเปิดประตู
รถหรูระดับนี้เกือบจะไม่ต้องบอกเล่า ความเป็นไปของหน้าตาเพราะว่า สิ่งนี้เป็นตำหรับของเขา ส่่วนใหญ่หน้าตา”โดดเด่น” ไม่ต้องวิจารย์กันมาก ของที่น่าจะมาบอกเล่ากันคือ เรื่องราวของเทคโนโลยีที่อยู่ภายในและความประทับใจต่างๆ

คนขับ เท่ากับคนโดยสาร
บีเอ็มดับเบิลยู ทำรถมาตอบสนองความสมดุลย์ระหว่าง คนขับและคนโดยสาร หมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นรถหรูหราใหญ่โตอย่างไร บีเอ็มดับเบิลยูก็ยังให้น้ำหนักของ”คนขับ”ไว้ในสัดส่วนเดียวกับการให้ความสำคัญของ “คนโดยสาร” อย่างเช่น ซีรี่ส์7 เราก็ยังเห็นว่า โครงสร้างต่างๆ คนขับ ยังคงความสำคัญ
บีเอ็มดับเบิล จึงไม่ล่ะทิ้งความพอดิบพอดีของการใช้งานต่างๆ ที่คนขับสามารถควบคุมได้ ความงามของสวิทซ์ควบคุม ปุ่ม ต่างๆ ใช้งานได้ หากเรามองจากตำแหน่งคนขับ ไปที่ยังปุ่มต่างๆมากมาย เราจะเห็นความแพรวพราวของการ ออกแบบ บางครั้งหากไม่เคยชินอาจจะงงไปเลยว่า ทำไมปุ่มมันเยอะมากมาย แต่หากเรา ดูดีๆ จะเห็นว่า ทั้งหมดก็ยังคงมีฟังก์ชั่นหรือหน้าที่ไม่กี่อย่าง ทำความคุ้นเคยไม่นานนักก็ใช้ได้

ชี้นิ้วตามสั่ง

จังหวะของการควบคุม อุปกรณ์ด้านหน้า ไฮไลท์ ได้แก่ BMW Gesture Control ระบบหน้าจอสัมผัสและการเคลื่อนไหวมือ ทำการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ  ซึ่งจะมี เซ็นเซอร์ 3 มิติจับการเคลื่อนไหวของการสั่งงานระบบควบคุมความบันเทิงและการสื่อสาร  เช่น การปรับระดับเสียง การรับหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าโทรศัพท์ เป็นต้น ซึ่งการใช้งาน แม้จะดูง่าย แต่ต้องทำความเคยชินก่อน จึงจะทำให้การสั่งงาน iDrive (ฟังก์ชั่นควบคุุมอุปกรณ์ ) เป็นไปอย่างเพลิดเพลิน ระบบBMW Gesture Control สำหรับตลาดไทยนั้นติดตั้งในบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ เป็นรุ่นแรก

บีเอ็มดับเบิลยู ทัช คอมมานด์
นวัตกรรมของระบบควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่นซึ่งใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport มาในรูปแบบของ บีเอ็มดับเบิลยู ทัช คอมมานด์ (BMW Touch Command) หรือควบคุมสั่งการด้วยระบบสัมผัสผ่านหน้าจอแท็บเล็ตพกพาขนาด 7 นิ้ว สามารถใช้งานได้จากทั้งภายในและนอกตัวรถ ซึ่งสามารถปรับและควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นการปรับที่นั่ง แสงไฟภายในตัวรถ การปรับอุณหภูมิ รวมถึงระบบความบันเทิงต่างๆ ระบบนำทาง และระบบการสื่อสาร และยังสามารถเล่นไฟล์เพลงและวิดีโอ รวมถึงใช้เป็นเกมส์คอนโซลได้อีกด้วย ง่ายๆ สำหรับอุปกรณ์ตัวนี้คือ ซื้อซีรี่ส์7 ได้”แท็บเล็ต” ให้มา1 ตัว ซึ่งจะมีที่เก็บตรง คอนโซลกลางของเบาะคนโดยสาร เราสามารถถอดออกมาจาก ที่เก็บและถือไปไหนต่อไหนได้ด้วย แท็บเล็ต ตัวนี้ค่อนข้างไว การตอบสนองต่าง แม่นยำ ทั้งนี้ คนโดยสารน่าจะเป็นคนใช้ฟังก์ชั่นและแท็บเล็ต นี้มากกว่าคนขับ

Ambient Lightของเล่นที่ทุกคนชอบ

Ambient Light และหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama เป็นความหรูหราในบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport  ซึ่งทำ หลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama ที่ใช้ไฟแอลอีดีบริเวณด้านข้างส่องให้แผ่นกระจกเปล่งประกายระยิบระยับทั่วแผ่น ราวกับเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยผืนดาว เราสามารถเปลี่ยนสีได้ หลายสีทั้งแบบโมโนโทนหรือแบบ ทูโทน ซึ่งสามารถเปลี่ยนอารมณ์ในห้องโดยสารได้หลายอารมณ์ ด้วยการเลือกสีให้ภายในห้องโดยสารเป็นสีตามที่เราสั่ง ซึ่งเลือกผ่านฟังก์ชั่นiDrive ตรงนี้เป็นของเล่นที่ทุกคนชอบ

เทคโนโลยีตัวถังCarbon Core

เรื่องราวของการค้นหาวัสดุใหม่ๆ เพื่อลดน้ำหนัก โดยนำมาประกอบตัวถังรถยนต์ต้องยกให้ ค่ายกังหันสีฟ้านี้เลย บีเอ็มดับเบิลยูเรียกว่า BMW EfficientLightweight  วันนี้บีเอ็มดับเบิลยูได้นำเอาวัสดุ คาร์บอน เข้ามากใช้กับรถที่ผลิตเป็นแมสแล้ว หลายท่านอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นแถมไกลตัว เพราะเวลาซื้อรถแม้มองไม่ออกแต่ สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหลายส่วนเลยทีเดียว
: โครงสร้างแบบ Carbon Core และ เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ช่วยลดน้ำหนักรวมของบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ ได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ด้วยโครงสร้างตัวถังที่ผลิตด้วย Carbon Core เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในบีเอ็มดับเบิลยู i8 ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นแรกในเซ็กเมนต์นี้ที่ใช้โครงสร้างผลิตจากพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) ผสมผสานกับโครงสร้างเหล็กและอะลูมิเนียม ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงของห้องโดยสาร ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถได้อย่างมาก (ซีรี่ส์7 น้ำหนักเพียง 18ึ70 กก.) กำลังเครื่องยนต์265แรงม้า มีผลทำให้ สัดส่วนน้ำหนักต่อแรงม้า(Power to Weight ratio ) เป็น 7.05 กก/แรงม้า

BMW EfficientLightweight เล่ากันว่า ในการผลิตส่วนของโรงงาน อนาคตจะไม่มีเครื่องปั้มเหล็กแบบเดิมอีกแล้ว เพราะว่า การผลิตพลาสสติกแบบ เส้นใยคาร์บอนไม่ต้องใช้เหล็กแผ่นมาขั้นรุป อย่างเดิมหมายถึงว่า การลงทุนอย่างเช่น โรงงานในไทยก็ไม่ต้องลงทุนในแบบเดิมเปลี่ยนเป็นการทำโรงหล่อแทนเป็นต้น

สมรรถนะยอดเยี่ยม

กับการซีรี่ส์7 เต็มไปด้วยพลัง ทั้งเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้เสียงเครื่องยนต์เงียบ และเทคโนโลยีช่วงล่างที่ปรับได้ ช่วยยกระดับสมรรถนะและคุณภาพในการขับขี่ของบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่  โดยเครื่องยนต์นั้น สามารถเลือกใช้งานโหมดที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานใน Sport Mode หรือ Eco Pro Mode ผ่านโปรแกรมการควบคุมหลายแบบ ทั้งแบบที่กำหนดเอง หรือแบบ ที่เรียกว่า ADAPTIVE mode ซึ่งสามารถเรียกใช้งานได้ผ่านสวิทซ์ควบคุมแบบใหม่ เพียงกดเลือกเท่านั้น

วี6ดีเซลเต็มพลัง
เครื่องยนต์ 6 สูบใหม่ พร้อมชุดแต่ง M Sport ที่การขยายสายการผลิตในครั้งนี้ทำให้รถยนต์หรูขนาดใหญ่อย่างบีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport  ยังคงผสมผสานความสะดวกสบายและสมรรถนะ ความปราดเปรียวขณะขับขี่ไว้อย่างครบครัน เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียงขนาด 3 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร เชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.2 วินาที เรียกกำลังได้หลังติดเบาะ การเร่งแซง ต่อเนื่องตามแบบฉบับของ บีเอ็มดับเบิลยู นอกจากกำลังที่เด่นชัดแล้วด้านความประหยัดถือว่า อยู่ในระดับแนวหน้าเลยทีเดียว

คู่แข่ง

บีเอ็มดับเบิลยู มาพร้อมกับชุดแต่ง M Aerodynamics ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว เส้นสาย High-Gloss Shadow Line เราจะเห็น ชุดแต่ง M พร้อมโลโก้ ในจุดต่างๆ สวยงามซึ่งซีรี่ส์7 ยังไม่ทิ้งเรื่องของความรู้สึกสปอร์ตแม้จะเป็นรถใหญ่ก็ตาม ในตลาด 730Ld M Sportมีราคาจำหน่าย 6,399,000 บาท  มีคู่แข่งที่น่าสนใจ หนึ่งเดียวในตลาดคือ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 500 e Exclusive ราคา  6,390,000บาท (ตัวกลางของเบนซ์เอส คลาส) ถือว่า เป็นตัวชนตรงๆ ความแตกต่างกันตรงที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็น ปลั๊กอินไฮบริด เครื่องเบนซิน วี6 เทอร์โบคู่(2996cc.) แรงม้า333 แรงม้า(ถังน้ำมัน70ลิตร)  ทางเลือกของผู้บริโภคก็ต้องตัดสินใจระหว่างดีเซลกับเทคโนโลยี เบนซิน ปลั๊กอินไฮบริด
ส่วนรถอื่นๆใกลเคียงในตลาดก็เป็นรถคนล่ะชนิดหรือแพงกว่า เช่น จากัวร์ เอ็กซ์เจ เอ็กซ์ครูซีพที่ราคากระโดดไป 7,999,000 บาท ส่วนอื่นๆ ก็เป็นแลนด์โรเวอร์​เรนโรเวอร์ สปอร์ต ไฮบริด ราคา 6,999,000 ล้านบาท ส่วนเลกซัส ก็ไม่มีราคาที่จะแข่งได้เลยกับซีรี่ส์7

บทสรุป
เลือกบีเอ็มดับเบิลยู ง่ายมากเพราะว่า ความเด่นชัดในสไตล์ คิดว่าความที่เป็นรถประกอบในประเทศทำให้ราคาลงมาอย่างน่าสนใจ ดังนั้น ไม่ยากที่จะเลือกรถหรูหราระดับนี้ด้วยการไม่เอาคู่แข่งมาตัดสินใจแต่เลือกด้วยความรักและความชอบในแบรนด์นั้นๆ เลย