2019 สัญญาณเปลี่ยน พฤติกรรมลูกค้าไทย พร้อมเปลี่ยนยี่ห้อรถ  

งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อรถยนต์ของคนไทย พบว่าคนไทยใช้เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลและดูวิดีโอประกอบการตัดสินใจ  

กรุงเทพฯ 8 ต.ค 62 – กูเกิล(Google)ประเทศไทย  เผยงานวิจัยล่าสุดที่มีชื่อว่า “Gearshift 2019: Purchase Journey of Thai New Car Buyers” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กูเกิล และ Kantar(สำนักงานวิจัยจากอังกฤษ) โดยทำการวิจัยพฤติกรรมผู้ที่ซื้อรถยนต์ใหม่ในช่วงเดือนม.ค.-มิ.ย.62ที่ผ่านมา ผ่านการสัมภาษณ์ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ทั้งชายและหญิง จำนวน 520 คนในประเทศไทย

ผลการวิจัยเผยให้เห็นว่าผู้บริโภคคนไทยมีความภักดีต่อแบรนด์น้อยลงโดย62% ของคนไทยที่ซื้อรถยนต์ตัดสินใจเลือกแบรนด์รถยนต์ที่ต่างจากแบรนด์เดิม การเปลี่ยนแปลงนี้สูงกว่าผลสำรวจเมื่อปีที่แล้วถึง 6% 
เผย3 ปัจจัยเลือกรถใหม่
ผลการวิจัยยังพบว่าปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกที่มีอิทธิพลในการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของผู้บริโภคได้แก่ 1.การประหยัดเชื้อเพลิงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 2.ความเสถียรของรถยนต์ 3.ความหลากหลายของตัวเลือกในการนำไปแต่งรถ

ดูรถเฉลี่ย6เดือนก่อนตัดสินใจ

รายงานระบุว่า สถานะทางการเงินที่ดีขึ้นช่วยจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อรถใหม่ เหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น เงินเดือนขึ้น ฯลฯโดยผู้บริโภคแต่ละคนก็ใช้เวลาแตกต่างกันในการพิจารณาก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ จากกลุ่มผู้บริโภคที่เริ่มมองหารถใหม่ เพราะเงินเดือนขึ้นทั้งหมด 45% ใช้เวลาหาข้อมูลน้อยกว่า 6 เดือนก่อนการตัดสินใจซื้อ ในขณะที่อีก 55% จะใช้เวลามากกว่า 6 เดือนก่อนการตัดสินใจซื้อ

80% ลูกค้าเข้าเว็บก่อนซื้อ
ผู้บริโภคใช้เสิร์ชเอนจินและเว็บไซต์ของแบรนด์เป็นแหล่งข้อมูลหลักบนโลกออนไลน์ 99% ของผู้ซื้อรถยนต์ชาวไทยใช้เสิร์ชเอนจินในการค้นหารถใหม่ที่สนใจ โดยเสิร์ชเอนจินเป็นประตูสำคัญที่นำไปสู่ touchpoint อื่นๆ บนเส้นทางการซื้อรถ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของแบรนด์ผู้ผลิต เว็บไซต์ข่าว และตัวแทนจำหน่าย รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่นำไปสู่การพิจารณาเลือกซื้อ การค้นหาดีล และโปรโมชั่นที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่า  80% ของผู้ซื้อรถยนต์ชาวไทยเข้าไปศึกษาข้อมูลบนเว็บไซต์ของแบรนด์ก่อนตัดสินใจซื้อรถยนต์

นอกจากนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังพบว่าเว็บไซต์ของแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ในไทยควรปรับปรุงในด้านเวลาการโหลดหน้าเว็บ ข้อมูลสำหรับการติดต่อ และประสบการณ์เว็บไซต์บนมือถือ โดยปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยต้องหันกลับมาให้ความสนใจ และพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ดี