2014 Honda CBR 650F

2014 Honda CBR650F

สื่อมวลชนสายยานยนต์กว่า 50 ชีวิตร่วมอบรมและขับขี่ทดสอบฮอนด้าบิ๊กไบค์ CBR650F และ CB650F ณ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าบิ๊กไบค์ฮอนด้ารุ่นที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทันทีที่เปิดตัวคือ ตระกูล 650Series ที่ทำสถิติยอดจองสูงสุดในงาน Motor Expo 2013 รวมทั้งในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 35” ที่เพิ่งปิดฉากไปไม่กี่วันที่ผ่านมา จนได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมากถึงความเป็นรถบิ๊กไบค์สายพันธุ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ ทั้งด้านอารมณ์และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมอบรมและขับขี่ทดสอบฮอนด้าบิ๊กไบค์ CBR650F และ CB650F ครั้งนี้ Honda ได้เตรียมรถมาให้ทดสอบกว่า 20 คันCBR650F เครื่องยนต์สี่สูบที่หลายคนรอคอยสำหรับบิ๊กไบค์ประกอบในปร11ะเทศ เดี๋ยวนี้หันไปมองทางไหนมีแต่เครื่องยนต์สองสูบ มันไม่เร้าอารมณ์ขาซิ่งเอาเสียเลย

ผิดกับสมัยก่อนแค่เครื่องยนต์ 250 ซีซี ก็ยังเล่นสี่สูบ แถมสูบนึงมีตั้ง 4 วาล์ว ทำให้วาล์วแต่ละตัวเล็กนิดเดียวเอง แต่พอขับแล้วมันสะใจกว่าเยอะ ลากรอบสูงๆ เสียงมันหวานบาดใจ ยิ่งเจอท่อสูตรเขาไป เฮ้อ มันสะใจจริงๆ

ก็อย่างว่าต้นทุนสำคัญสุด พอตัดออกไปสองสูบค่าใช้จ่ายหายไปเยอะ เอาเป็นว่าพวกบิ๊กไบค์ที่ประกอบในประเทศตอนนี้จะเน้นสองสูบเป็นหลัก ส่วนพวกสี่สูบก็ต้องว่ากันเป็นพันซีซีไปแล้ว

พอฮอนด้าเปิดตัว ซีบีอาร์ 650 เอฟออกมา มันพาให้ความฝันในวันเก่าๆ หวนกลับมาหลังจากเลิกราพวกบิ๊กไบค์ไปหลายปี  ยุค 20 ปีที่แล้วยังเป็นช่วงเฟื่องฟู มีให้เลือกเยอะ ราคาแค่ครึ่งแสนก็มีปัญญาหาบิ๊กไบค์ขนาดกลางๆ มาซุกใต้หว่างขาได้แล้ว

ยุคนั้นจะมีใครกินซีบีอาร์ 400 อาร์อาร์คงจะยาก  เป็นบิ๊กไบค์ราคาไม่แพง เครื่องยนต์เรียกมาใช้งานง่ายไม่รอรอบเหมือนวี 4  ในเมืองขับได้สนุก เข้าซอกได้สบายไม่มีปัญหาcbr650F

บิ๊กไบค์ขนาดกลางดูจะเหมาะกับหุ่นของคนไทยมากกว่าพวกหนึ่งลิตร ขนาด 400-750 จะคุมง่ายกว่า ขี่ได้บ่อยกว่า แถมน้ำหนักตัวก็พอรับไหว ถึงล้มก็ยกขึ้นคนเดียวได้

เมื่อดูองค์ประกอบทั้งหมดของ ซีบีอาร์ 650 เอฟ เครื่องยนต์จะโดดเด่นที่สุด เป็นเครื่องยนต์แถวเรียง 4 สูบ ขนาด 649 ซีซี ซึ่งทางฮอนด้าเรียก สตรีทไฟเตอร์ แต่หุ่นแบบนี้ทั่วไปเขาเรียกทัวริ่ง ดูได้จากเบาะยาวๆ ไม่ใช่เบาะแยก

เบาะแบบนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อน จะเห็นได้จาก ซีบีอาร์ เฮอริเคน ที่มีทั้ง 400 , 750 และ 1,000 ซีซี พอขยับเป็นปี ‘89 ซีบีอาร์ 400 กลายมาเป็นสปอร์ตไบค์เต็มตัว

ซีบีอาร์ 650 เอฟ เป็นบิ๊กไบค์ เน้นตีนต้น เรียกว่า ออกตัวได้เลยไม่ต้องรอรอบ เกียร์ 6 สปีดที่ใช้ไม่มีโอเวอร์ไดรฟ์ เลยเรียกกำลังตั้งแต่เกียร์แรกยันเกียร์สุดท้ายได้เลย ตีนปลายทำได้เกิน 200 แน่นอน

เครื่องยนต์ที่เลือกมาก็เป็นแบบทวินแคม 16 วาล์ว ใช้สูบละ 4 วาล์ว เป็นไอดี 2 ไอเสีย 2 ไอเดิล สปีดอยู่ที่ 1,250 รอบต่อนาที ใช้ไดเร็กวาล์วหรือชิมวาล์วไม่ต้องปรับตั้ง แต่ตรวจเช็ค ทุกๆ 24,000  กม. ปกติชิมวาล์วจะสึกก็ต้องหลักแสน กม.ไปแล้ว

วาล์ว ไทมิ่งจะไม่มีช่วงโอเวอร์แล็ป จุดระเบิดทุกๆ 180 องศา ลิ้นเร่งขนาด 32 มม. จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำและยังนำไปใช้ระบายความร้อนให้กับน้ำมันเครื่อง เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจนเกินไป

การออกแบบ ซีอาร์บี 650 เอฟ จะมีแฟริ่งเต็มแต่ก็ไม่ปิดทึบมาก ปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับระบายความร้อนออกมาได้รวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ความร้อนระบายได้น้อยแบบแฟริ่งปิดทึบ หากเป็นแบบนั้น แทนที่จะร้อนขาหน่อยๆ จะกลายเป็นไข่สุกก็เป็นได้เวลาเจอแดดร้อนจัดๆ ของเมืองไทย

เครื่องยนต์สี่สูบเรียงตอบสนองได้เร็ว ท่อไอเสียจะมีช่วงท่อยาวหน่อย ส่วนหม้อพักจะอยู่ด้านล่าง ตามสมัยนิยม ทำให้ขาดความดุดันแบบพวกออกข้างหรือออกตูด

อัตราเร่งมาตั้งแต่เข้าเกียร์ 1 หลังจากยกขาตั้งข้างขึ้น แล้วถึงจะเข้าเกียร์ได้โดยเครื่องยนต์ไม่ดับ ขาตั้งกลางไม่ต้องหาไม่มีให้เกะกะ

ช่วงที่ต้องใช้ความเร็วต่ำก็ไม่มีปัญหากับการควบคุมรถ แค่ประคองคันเร่ง เลี้ยงคลัชต์ช่วยถ้าความเร็วต่ำเกินไป ลดเกียร์ให้เหมาะสมเท่านี้ก็คุมได้อยู่หมัดแล้ว

ในส่วนของโครงสร้างของรถจะมีก็แต่สวิงอาร์มที่โดดเด่น เป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมโค้งด้านขวาแบบบูมเมอแรงหลบท่อcbr 650f 2014

โช้คอัพหลังเป็นโช้คอัพเดียว ปรับความแข็งของสปริงได้ แต่ปรับความหนืดไม่ได้ ส่วนโช้คอัพหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิค ไม่ใช่หัวกลับปรับไม่ได้อีกต่างหาก

เฟรมจะเป็นเหล็กไดมอนด์ทิวป์สีดำ ซับเฟรมเชื่อมต่อกับเฟรมหลัก อาจจะดูโบราณไปหน่อยแต่ก็ถูกเงินดี พักเท้าเป็นอลูมิเนียม สำหรับตำแหน่งคนขับอาจจะต่ำไปนิดหากคิดไปเล่นในสนาม ต้องถอดก้านที่ใต้พักเท้าออก ไม่งั้นจะไปครูดพื้นเมื่อแบนเยอะๆ

สำหรับพักเท้าสูงระดับนี้ก็จะช่วยให้วางเท้าได้สบายๆ กับตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ต้องหมอบมากจากการใช้แฮนด์จับอยู่บนหัวโช้คอัพ  นั่งสบายแบบซีบีอาร์ 650 ทำให้ไม่เมื่อยเมื่อคร่อมนานๆ เบาะนั่งสูง 810 มม.พอดีสำหรับหุ่นคนไทย

สำหรับค่าตัวสามแสนไม่มีทอนก็เป็นราคาที่มีคู่แข่งค่อนข้างเยอะในตลาด เมื่อได้เครื่องยนต์สี่สูบมาใช้ ทำให้ตัดสินใจง่ายหน่อย ไม่ต้องลุ้นมากแบบพวกสองสูบ ถึงยังไงสี่สูบเรียงก็ดีกว่าอยู่แล้ว

 

 

 

ฮอนด้า ซีบีอาร์ 650 เอฟอสปอร์ตทัวริ่งเครื่องยนต์สี่สูบที่หลายคนรอคอยสำหรับบิ๊กไบค์ประกอบในประเทศ เดี๋ยวนี้หันไปมองทางไหนมีแต่เครื่องยนต์สองสูบ มันไม่เร้าอารมณ์ขาซิ่งเอาเสียเลย

ผิดกับสมัยก่อนแค่เครื่องยนต์ 250 ซีซี ก็ยังเล่นสี่สูบ แถมสูบนึงมีตั้ง 4 วาล์ว ทำให้วาล์วแต่ละตัวเล็กนิดเดียวเอง แต่พอขับแล้วมันสะใจกว่าเยอะ ลากรอบสูงๆ เสียงมันหวานบาดใจ ยิ่งเจอท่อสูตรเขาไป เฮ้อ มันสะใจจริงๆ

ก็อย่างว่าต้นทุนสำคัญสุด พอตัดออกไปสองสูบค่าใช้จ่ายหายไปเยอะ เอาเป็นว่าพวกบิ๊กไบค์ที่ประกอบในประเทศตอนนี้จะเน้นสองสูบเป็นหลัก ส่วนพวกสี่สูบก็ต้องว่ากันเป็นพันซีซีไปแล้ว

พอฮอนด้าเปิดตัว ซีบีอาร์ 650 เอฟออกมา มันพาให้ความฝันในวันเก่าๆ หวนกลับมาหลังจากเลิกราพวกบิ๊กไบค์ไปหลายปี  ยุค 20 ปีที่แล้วยังเป็นช่วงเฟื่องฟู มีให้เลือกเยอะ ราคาแค่ครึ่งแสนก็มีปัญญาหาบิ๊กไบค์ขนาดกลางๆ มาซุกใต้หว่างขาได้แล้ว

ยุคนั้นจะมีใครกินซีบีอาร์ 400 อาร์อาร์คงจะยาก  เป็นบิ๊กไบค์ราคาไม่แพง เครื่องยนต์เรียกมาใช้งานง่ายไม่รอรอบเหมือนวี 4  ในเมืองขับได้สนุก เข้าซอกได้สบายไม่มีปัญหา

บิ๊กไบค์ขนาดกลางดูจะเหมาะกับหุ่นของคนไทยมากกว่าพวกหนึ่งลิตร ขนาด 400-750 จะคุมง่ายกว่า ขี่ได้บ่อยกว่า แถมน้ำหนักตัวก็พอรับไหว ถึงล้มก็ยกขึ้นคนเดียวได้

เมื่อดูองค์ประกอบทั้งหมดของ ซีบีอาร์ 650 เอฟ เครื่องยนต์จะโดดเด่นที่สุด เป็นเครื่องยนต์แถวเรียง 4 สูบ ขนาด 649 ซีซี ซึ่งทางฮอนด้าเรียก สตรีทไฟเตอร์ แต่หุ่นแบบนี้ทั่วไปเขาเรียกทัวริ่ง ดูได้จากเบาะยาวๆ ไม่ใช่เบาะแยก

เบาะแบบนี้ ถ้าเป็นสมัยก่อน จะเห็นได้จาก ซีบีอาร์ เฮอริเคน ที่มีทั้ง 400 , 750 และ 1,000 ซีซี พอขยับเป็นปี ‘89 ซีบีอาร์ 400 กลายมาเป็นสปอร์ตไบค์เต็มตัว

ซีบีอาร์ 650 เอฟ เป็นบิ๊กไบค์ เน้นตีนต้น เรียกว่า ออกตัวได้เลยไม่ต้องรอรอบ เกียร์ 6 สปีดที่ใช้ไม่มีโอเวอร์ไดรฟ์ เลยเรียกกำลังตั้งแต่เกียร์แรกยันเกียร์สุดท้ายได้เลย ตีนปลายทำได้เกิน 200 แน่นอน

เครื่องยนต์ที่เลือกมาก็เป็นแบบทวินแคม 16 วาล์ว ใช้สูบละ 4 วาล์ว เป็นไอดี 2 ไอเสีย 2 ไอเดิล สปีดอยู่ที่ 1,250 รอบต่อนาที ใช้ไดเร็กวาล์วหรือชิมวาล์วไม่ต้องปรับตั้ง แต่ตรวจเช็ค ทุกๆ 24,000  กม. ปกติชิมวาล์วจะสึกก็ต้องหลักแสน กม.ไปแล้ว

วาล์ว ไทมิ่งจะไม่มีช่วงโอเวอร์แล็ป จุดระเบิดทุกๆ 180 องศา ลิ้นเร่งขนาด 32 มม. จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำและยังนำไปใช้ระบายความร้อนให้กับน้ำมันเครื่อง เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจนเกินไป

การออกแบบ ซีอาร์บี 650 เอฟ จะมีแฟริ่งเต็มแต่ก็ไม่ปิดทึบมาก ปล่อยให้มีช่องว่างสำหรับระบายความร้อนออกมาได้รวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ความร้อนระบายได้น้อยแบบแฟริ่งปิดทึบ หากเป็นแบบนั้น แทนที่จะร้อนขาหน่อยๆ จะกลายเป็นไข่สุกก็เป็นได้เวลาเจอแดดร้อนจัดๆ ของเมืองไทย

เครื่องยนต์สี่สูบเรียงตอบสนองได้เร็ว ท่อไอเสียจะมีช่วงท่อยาวหน่อย ส่วนหม้อพักจะอยู่ด้านล่าง ตามสมัยนิยม ทำให้ขาดความดุดันแบบพวกออกข้างหรือออกตูด

อัตราเร่งมาตั้งแต่เข้าเกียร์ 1 หลังจากยกขาตั้งข้างขึ้น แล้วถึงจะเข้าเกียร์ได้โดยเครื่องยนต์ไม่ดับ ขาตั้งกลางไม่ต้องหาไม่มีให้เกะกะ

ช่วงที่ต้องใช้ความเร็วต่ำก็ไม่มีปัญหากับการควบคุมรถ แค่ประคองคันเร่ง เลี้ยงคลัชต์ช่วยถ้าความเร็วต่ำเกินไป ลดเกียร์ให้เหมาะสมเท่านี้ก็คุมได้อยู่หมัดแล้ว

ในส่วนของโครงสร้างของรถจะมีก็แต่สวิงอาร์มที่โดดเด่น เป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมโค้งด้านขวาแบบบูมเมอแรงหลบท่อ

โช้คอัพหลังเป็นโช้คอัพเดียว ปรับความแข็งของสปริงได้ แต่ปรับความหนืดไม่ได้ ส่วนโช้คอัพหน้าเป็นแบบเทเลสโคปิค ไม่ใช่หัวกลับปรับไม่ได้อีกต่างหาก

เฟรมจะเป็นเหล็กไดมอนด์ทิวป์สีดำ ซับเฟรมเชื่อมต่อกับเฟรมหลัก อาจจะดูโบราณไปหน่อยแต่ก็ถูกเงินดี พักเท้าเป็นอลูมิเนียม สำหรับตำแหน่งคนขับอาจจะต่ำไปนิดหากคิดไปเล่นในสนาม ต้องถอดก้านที่ใต้พักเท้าออก ไม่งั้นจะไปครูดพื้นเมื่อแบนเยอะๆ

สำหรับพักเท้าสูงระดับนี้ก็จะช่วยให้วางเท้าได้สบายๆ กับตำแหน่งที่นั่งที่ไม่ต้องหมอบมากจากการใช้แฮนด์จับอยู่บนหัวโช้คอัพ  นั่งสบายแบบซีบีอาร์ 650 ทำให้ไม่เมื่อยเมื่อคร่อมนานๆ เบาะนั่งสูง 810 มม.พอดีสำหรับหุ่นคนไทย

สำหรับค่าตัวสามแสนไม่มีทอนก็เป็นราคาที่มีคู่แข่งค่อนข้างเยอะในตลาด เมื่อได้เครื่องยนต์สี่สูบมาใช้ ทำให้ตัดสินใจง่ายหน่อย ไม่ต้องลุ้นมากแบบพวกสองสูบ ถึงยังไงสี่สูบเรียงก็ดีกว่าอยู่แล้ว

 

 

 

SHARE