รถหลังยุค 100 ปี อะไรจะเกิดขึ้น?

1424681055634สิ่งที่เป็นเป้าหมายของของการพัฒนารถหลัง 100 ปี คือ การแก้ข้อจำกัดของรถด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อหลีกเลี่ยงหรือ ลดความรุนแรงของ การเกิดอุบัติเหตุรถยุคหลัง 100 ปีเป็นการทำงานของทีมวิจัย เพื่อ ทำให้ รถยนต์ ไม่เพียงตอบสนอง สถานการณ์ ที่ผู้ขับขี่กำลังเผชิญอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมทั้งการมองหาเทคโนโลยีที่ช่วยเรียนรู้ พฤติกรรม ในการขับรถ และแก้ไขสถานการณ์ ที่กำลังเป็นอันตราย
มุมมองของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่างวอลโว่ มองว่า ในปี 2020 ไม่ควรมีใคร ถูกฆ่าตาย หรือได้รับบาดเจ็บจากรถยนต์บนถนนอีกต่อไป รถยนต์จะสามารถสื่อสารกับทุกระบบบนถนน ทั้งตัวรถและระบบข้อมูลกลางได้
การสื่อสารระหว่างกันนี้ เป็นพื้นฐาน ที่ทำให้รถสองคันหรือรถอื่นๆ ในสังคมถนน เชื่อมโยงกันอย่างเข้าใจและก้าวไปสู่การขับเองของรถและเพิ่มความปลอดภัย
ดังนั้นเราจะเห็น ยานยนต์ที่พึ่งพา อินเทอร์เนต และระบบสาระบันเทิง (Infotainment) แบบครบวงจร แน่นอนเราต้องการจอแสดงผลบนกระจก (HUD) และทัชแพด (touchpads)
ความต้องการด้านความปลอดภัยสะท้อนให้เห็นถึง ปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้รถขับเองได้ แม้ว่ากฎหมายยังไม่เอื้ออำนวยแต่ผู้ผลิตรถอย่างวอลโว่ ก็ได้นำส่วนหนึ่งเท่าที่จะใช้ได้มาติดตั้งบนรถ

เช่น ระบบตรวจจับผู้ขับขี่จักรยานพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถแบบเต็มแรงเบรก (Cyclist Detection with Full auto Brake) ซึ่งเป็นการพัฒนาจากระบบตรวจจับคนเดินถนนที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกใน S60 โดยได้พัฒนาระบบเพิ่มเติมให้สามารถตรวจจับผู้ขับขี่จักรยานที่ขับขี่ไปในทิศทางเดียวกันกับรถยนต์ และหากจักรยานเคลื่อนเข้ามาในระยะที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ระบบจะเตือนและหยุดรถให้ทันทีหากผู้ขับขี่ไม่หยุดรถอย่างทันท่วงที
ระบบไฟส่องสว่างเพิ่มมุมองด้านข้างเมื่อใช้สัญญาณไฟเลี้ยวขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (Cornering Light)- ถูกปรับปรุงจากระบบไฟหน้าแบบหักเหตามพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน แสงไฟส่องสว่างจะครอบคลุมมุม 15 องศาจากตัวรถ
ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติแบบใหม่ (Permanent Active High Beam) พัฒนามาจากระบบเปิดเปิดไฟสูงอัตโนมัติเดิม โดยจะเปิดเป็นไฟสูงตลอดเวลา แต่ระบบจะคอยตรวจจับรถที่อยู่ด้านหน้าและรถที่สวนมา และสั่งปิดไฟหน้าบางส่วนเพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นของคันหน้าและรถที่สวนมา ขณะเดียวกันก็ยังมีทัศนวิสัยที่ดีเมื่อขับขี่ในยามค่ำ
ระบบเตือนจุดบอดด้านข้างรถ (Blind Spot Information System) แบบใหม่ที่ใช้เรดาร์ตรวจดูรถในมุมอับสายตาได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ โดยติดตั้งเทคโนโลยีนี้ในรถยนต์ตระกูล 60 ของวอลโว่
ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด (Cross Traffic Alert) ช่วยให้ปลอดภัยเมื่อต้องถอยออกจากที่จอดซึ่งมีรถหรือวัตถุอื่นบังสายตาด้านหลังรถ
ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ (City Safety) ซึ่งขยายการทำงานครอบคลุมจนถึงความเร็วไม่เกิน 50 ก.ม./ช.ม.จากเดิม 30 ก.ม./ช.ม. โดยรถจะเบรกเองโดยอัตโนมัติหากรถพุ่งเข้าหาท้ายรถคันหน้าด้วยความเร็วสูงเกินไป
ส่วนระบบ Lane Keeping Aid ในรถยนต์วอลโว่ V40 และ V40 Cross Country ช่วยให้รถอยู่ในเลนของตัวเอง หากหัวรถเบนออกนอกแนวที่ควรจะเป็น ระบบจะทำงานทันที โดยส่งสัญญาณทำให้พวงมาลัยสั่นเพื่อเตือนให้คนขับดึงให้รถกลับเข้ามาในแนวที่ควรจะเป็นระบบนี้ทำงานในขณะที่รถกำลังขับขี่ด้วยความเร็วระหว่าง 65-200 กม./ช.ม.
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Park Assist Pilot) ช่วยให้จอดแบบขนานขอบทางได้อย่างง่ายดาย องค์การอนามัยโลก ประมาณการว่าคน 1.2 ล้าน คน ถูกฆ่าตาย และอื่น ๆ กว่า 50 ล้านคน ได้รับบาดเจ็บ ใน อุบัติเหตุจราจร เป็นประจำทุกปี ตัวเลขเหล่านี้ คาดว่าจะ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากว่า ไม่มีการดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือ เทคโนโลยีชั้นสูงเหล่านี้ ได้ช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานที่สำคัญของการใช้รถ ใช้ถนน ช่วยก่อให้เกิดความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากขึ้น[fblike]

SHARE