เอ็มจีอัพเกรด รถอีวี รุ่น “อีพีพลัส”

Banner_970x250

เอ็มจี แนะนำ NEW MG EP PLUS ตอกย้ำภาพรถพลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในราคา 998,000 บาท

Banner_970x250

กรุงเทพฯ – 18 พ.ย. 2564 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี(MG) แนะนำ NEW MG EP PLUS ที่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน
เพื่อตอกย้ำภาพรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงมากขึ้น พร้อมเชิญชวนคนไทยมาร่วมทดลองใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรับข้อเสนอสุดพิเศษในกิจกรรม “Charge your day, Change your life” ที่ศูนย์สร้างประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ MG Driving Experience Centre ถนนศรีนครินทร์ และโชว์รูมรถยนต์เอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ย.2564

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เอ็มจีเริ่มบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยด้วยการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก (MG ZS EV)ของเอ็มจีออกสู่ตลาดเมื่อ 2 ปีก่อน จนถึงปัจจุบันเอ็มจีก็ยังคงเดินหน้าแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ล่าสุด เอ็มจี ได้แนะนำ อีพี พลัส(NEW MG EP PLUS) เป็นการยกระดับการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้จริงให้ชัดเจนยิ่งขึ้นจากรุ่น MG EP รุ่นปกติโดยจำหน่ายในราคา 998,000 บาท (ราคาเพิ่มขึ้น 1หมื่นบาท) มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีเงิน (Metallic Grey) และสีดำ (Black Knight)

สำหรับ เอ็มจีอีพีพลัส มีออฟชั่นเพิ่มเติมคือ ชุดราวหลังคา (Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ 75 กิโลกรัม และ การติดตั้งระบบกรองอากาศ PM 2.5 เอ็มจีอีพีพลัส ยังคงสะท้อนมาตรฐานขั้นต้นของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ใน 4 ด้านหลักๆ ได้แก่
• ด้านมิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) ขนาดใหญ่และภายในกว้างขวางสามารถบรรทุกได้ทั้ง
คนและของ โดยตัวถัง มีจุดเด่นในฐานะรถประเภทสเตชั่นแวกอนที่มีพื้นที่บรรจุสัมภาระสูงสุด 1,456 ลิตร พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมทั้งชุดราวหลังคา (Roof Rail) รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม ที่จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถขนสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากกว่าเดิมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า
• ด้านความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย (Convenience & Safety) ที่ครบครันทั้งฟังก์ชั่น
และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมการติดตั้งระบบกรองอากาศ PM 2.5 ที่สามารถดักจับและป้องกัน ฝุ่นละอองอนุภาคเล็กภายในห้องโดยสาร และแผ่นปิดห้องเครื่องด้านหน้า เพิ่มความเรียบร้อยและสะดวก ในการบำรุงรักษา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยทั้งในรูปแบบ Active และ Passive Safety ครบครันจึงให้ความมั่นใจในการขับขี่
• ด้านสมรรถนะของ EV (EV Performance) ชูจุดเด่นของการขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า กับแรงบิดสูงสุดที่มาตั้งแต่ต้น ทำให้เร่งได้แบบทันใจ ไม่ต้องรอรอบ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา เพียง 8.8 วินาที และด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
• ด้านความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value) ด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวโดยมีค่าใช้จ่ายการชาร์จไฟฟ้าตั้งแต่ 0-100% เฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือเฉลี่ยค่าใช้จ่ายไม่ถึง 1 บาท ต่อกิโลเมตร จึงทำให้ประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมัน กว่า 2-3 เท่า และในเรื่องของการดูแลรักษาที่ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความกังวล เอ็มจีก็ได้เผยค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอดระยะทาง 100,000 กิโลเมตร อยู่ที่ประมาณ 7,828 บาทนอกจาก จุดเด่นที่กล่าวมาข้างต้น MG EP ยังถือเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่มีมาตรฐานระดับสากล ที่วางจำหน่าย ในประเทศโซนยุโรปหลายประเทศ

“การเข้าสู่ตลาดและเดินหน้าผลักดันการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเอาจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาด้านการ บริการหลังการขาย ที่ครอบคลุมทั้งการบริการและดูแลรักษารถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรทั่วประเทศ ตลอดจนการลงทุนขยายสถานี MG Super Charge โดยปัจจุบันมีอยู่กว่า 119 แห่ง และมีแผนจะขยายเพิ่มเติม
อีกกว่า 500 แห่งในเร็วๆนี้ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงาน
ไฟฟ้า ทำให้วันนี้แบรนด์เอ็มจีมีความพร้อมทุกด้านในการรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพ และพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยให้ก้าวสู่สังคม
ยานยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตอันใกล้นี้”นายพงศักดิ์กล่าว