อินไซด์ รถกระบะ เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ :ปิคอัพเมืองผู้ดีครั้งแรกในโลก

 และแล้วเอ็มจี ค่ายรถอังกฤษที่เคลื่อนไหวในแง่การขยายขอบข่ายธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ก็เข้าสู่ตลาดที่มีความเข้มขั้นนั่นคือการส่ง ผลิตภัณฑ์ EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง  มาเป็นตัวเลือก โดยมีราคาเริ่มต้น 5.49 แสนบาท

 สนาม8speed เขาใหญ่ นครราชสีมา – 7 ส.ค. 62 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์”เอ็มจี” จากอังกฤษ ได้เปิดตัวรถกระบะรุ่น เอ็กซ์เทนเดอร์ (MG EXTENDER)ซึ่งเป็นกระบะรุ่นแรกของเอ็มจี อย่างเป็นทางการและถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลก

  นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ที่ผ่านมา  แนวคิดของกระบะเอ็มจีถือเป็น กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง เอ็กซ์เทนเดอร์ ประกอบไปด้วยรถ  9 รุ่นย่อยครอบคลุม 2 แบบตัวถังคือแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) หรือมีแคป 5 รุ่นย่อย  และแบบ 4 ประตู (Double Cab) 3 รุ่นย่อยและใช้ระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ(4WD) 

 “เราตั้งเป้าให้ NEW MG EXTENDER เป็นรถที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าที่กำลังมองหารถสำหรับการใช้งานและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยจะทำตลาดในกลุ่มรถกระบะแบบตอนครึ่ง หรือ Giant Cab และแบบ 2 ตอน หรือ Double Cab ซึ่งถูกพัฒนาให้มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ด้วยขนาดมิติตัวถังขนาดใหญ่จึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย สมรรถนะที่โดดเด่นจากเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล              เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 161 แรงม้า ซึ่งให้ทั้งการประหยัดน้ำมันและประหยัดค่าบำรุงรักษา นอกจากนี้ ยังให้ความสะดวกสบายและมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนนด้วยระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION พร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจี” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์  มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด  พร้อม 5 สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำ BLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และ           สีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อยดังนี้

 MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง)  ราคา (บาท)
 MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT 549,000.-
 MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT

619,000.-

 MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT 659,000.-
 MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT 719,000.-
 MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT 729,000.-
 

 MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู)  ราคา (บาท)
 MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT 759,000.-
 MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT 819,000.-
 MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT

879,000.-

NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT

1,029,000.-

*รุ่น Double Cab ขับเคลื่อนสี่ล้อ มาพร้อมพื้นปูกระบะไลเนอร์แท้จาก MG

 ภายนอก

เอ็กซ์เทนเดอร์ ได้รับการออกแบบ ให้มีรูปลักษณ์ แตกต่าง มีขนาดใหญ่ในทุกมิติ โดย กระจังหน้าแบบ”โมเดิร์นดีไซน์”เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี ในขณะที่ขนาดของ ตัวถังขนาดใหญ่ โดย แบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกัน ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab)

ขนาดของรถวัดจากพื้นฐานของ ตัว Giant Cab เปรียบเทียบกับ Double Cab

ความกว้างของรถยนต์ (มิลลิเมตร) 5365

5365

ความยาวของรถยนต์ (มิลลิเมตร) 1900

1900

ความสูงของรถยนต์ (มิลลิเมตร) 1720

1850

จำนวนที่นั่ง 2 5
ขนาดยางล้อ 215/70R15 255/60R18
น้ำหนักรถยนต์ (กิโลกรัม) 1850

2052

ภายใน

ภายในห้องโดยสารกว้างสะดวกออกแบบภายในสร้างความรู้สึกแข็งแกร่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกโดยใช้โทนสีเข้มและเพิ่มความเรียบหรูด้วยวัสดุให้สัมผัสนุ่ม (SOFT TOUCH) พร้อมแผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต และเก็บเสียงดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด 

ช่วงล่าง

 ช่วงล่างของเอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ เป็นแบบ  EUROPEAN TUNING SUSPENSION ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น (Leaf Spring Suspension) ทำงานควบคู่กับช่วงล่างแบบ   BRIT Dynamic ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง

ออฟชั่น

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10 นิ้ว กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ โดยในรุ่น Double Cab ยังมาพร้อมเบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า เบาะหลังพับได้ และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 

ในขณะที่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights บันไดข้าง และกล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอย ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ในรุ่น Giant Cab แบบยกสูง 

เครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อน

เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ แปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ และแบบธรรมดา 6 จังหวะ ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ทั้ง ECO และ POWER เพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน โดยในรุ่น Double Cab จะมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งมีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L 

ในขณะที่อัตราการบริโภคน้ำมัน เปรียบเทียบ ระหว่างตัวล่างสุดคือตัวถูกสุด(EXTENDER GC 2.0 C 6MT
) กับตัวแพง(EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT)สุดมีดังนี้

อัตราการใช้พลังงานรวม (Combined) (ลิตร/100 กม.) 7.1

7.9

อัตราการใช้พลังงานนอกเมือง (Extra-Urban) (ลิตร/100 กม.)   8.9

10.0

อัตราการใช้พลังงานในเมือง (Urban) (ลิตร/100 กม.) 6.1

6.7

 

  ระบบความปลอดภัย
เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ด้วยโครงสร้างที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง Thermoforming Steel ในบริเวณเสา A ไปจนถึงเสา B และโครงสร้างโดยรวมใช้เหล็กแบบ High Strength Steel ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ พร้อมรับทุกสภาพการใช้งาน และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย

    • ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)
    • ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
    • ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
    • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
    • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
    • ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
    • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
    • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System) 
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง พร้อมเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองภาพ              รอบทิศทาง สัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า และกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ 

 ครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทปิคอัพ  i-SMART 

เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ มาพร้อมระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี                      ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Command ผ่านระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย ที่สามารถสั่งการให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ ตลอดจนวิทยุภายในรถ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่สามารถเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังได้บนหน้าจอในรถ และการตรวจเช็กรถ หรือ SMART Check โดยสามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะ

พร้อมขายทั่วประเทศ 16 ส.ค 62 

 เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์ เป็ยรถที่ประกอบในประเทศไทยที่โรงงาน จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2019 ระหว่างวันที่ 16 ถึง 25 ส.ค.62นี้ ที่ไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 110 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการบริการ          หลังการขาย “Passion Service” ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม ยิ่งไปกว่านั้น NEW MG EXTENDER ยังมีค่าบำรุงรักษาทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน คือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ไม่เกิน 20,000 บาท

คู่แข่ง

ในกลุ่มรถกระบะนั้นเมืองไทยมีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าวัดกันเฉพาะกระบะ ขนาด 1ตัน เมืองไทยถือเป็นเบอร์1ของโลกและบรรดาฐานการผลิตที่สำคัญของกระบะ 1 ตันนั้นก็อยู่ในไทยทั้งสิ้นดังนั้น “คุณภาพ”กระบะที่ดีที่สุดในโลกอยู่ที่เมืองไทย

โตโยต้า อีซูซู พรีเมี่ยมปิคอัพ

กระบะเมืองไทยนั้นแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ได้ตามการแข่งขัน โดยในกลุ่มพรีเมี่ยม 2 แบรนด์ใหญ่คือ โตโยต้า อีซูซุ มีความแกร่งในทุกด้าน และ2 ค่ายนี้ห้ำหั่นกันโดยไม่สน”รายอื่นๆ”ที่จัดให้เป็นกลุ่มต่ำ10 และปิ่ม10ดังนั้น โตโยต้า และอีซูซุ ไม่ใช่คู่แข่งด่านแรกของMG extender

กระบะปิ่ม10
กลุ่มรองลงมา ที่เป็นตลาดรองคือกลุ่มกระบะที่มีส่วนแบ่ง 10% +- ในตลาดกลุ่มนี้เดิมเป็นนิสสันที่ เกาะเบอร์ 3 ถาวร แต่10ปีมาที่นิสสัน มอเตอร์ มาทำตลาดเมืองไทยเองมีแต่ลงกับลงแทบจะไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกๆ ในกลุ่มตลาดรองเสียด้วยซ้ำ กลุ่มนี้ มิตซูบิชิ เหนียวแน่นคือไม่ขั้้นไม่ลงแต่มีพี่ใหญ่อเมริกัน คาร์อย่างฟอร์ด สอดแทรกมาอย่างน่ากลัวสรูปแบบ เบอร์3 ถาวรเป็นของฟอร์ดอย่างแน่นอนแถมแรงขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มต่ำ10

กระบะที่เป็นกลุ่มเฉพาะ คือมีส่วนแบ่งการตลาดไม่เคยเกิน 10% จัดเป็นกลุ่มที่ MG Extender เข้ามาร่วมอยู่ด้วยเพื่อจะก้าวไปต่อกรในกลุ่มปิ่ม10 ซึ่ง เชฟโรเล็ต มาสด้า ทาทา จัดอยู่ร่วมกัน MG Extenderจะต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่แล้วสำหรับพลังขับเคลื่อนทางด้านการเงินและแผนระยะยาว MG Extender คงจะมองข้าม กลุ่มต่ำ10ไปและเล็งไปที่เบอร์4 ของตลาดซึ่งก็ไม่ง่ายนักเพราะอย่างน้อยทางการความแข็งแกร่ง ทนทน ความรน่าเชื่อถือของรถในฐานะรายใหม่จะต้องใช้เวลา พิสูจน์และแก้ปัญหาอีก3-5 ปี ส่วนความหวังจะไปติดกลุ่มพรีเมี่ยมเป็นไปได้ยากใน เจนเนอเรชั่นที่1นี้แค่มองจากโปรดักซ์ไลน์อัพ รวมทุกเกรดแล้ว กระบะระดับทอป มีให้เลือกซอยยิบเกิน30เกรดด้วยกันทั้งนั้นในขณะที่MG เริ่มต้นด้วย 9 เกรด คงไม่สามารถเจาะเข้าซอยย่อยของเช็คเมนท์ได้ในเร็ววัน อย่างไรก็ตาม MG มีศักยภาพด้วยพลังทางด้านการเงินของ ซีพีและจีน พลังทางด้านเครือข่ายและวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยี ที่วันนี้แบรนด์MG ได้ขายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์พร้อมให้บริการได้ทุกดีลเลอร์ก็เป็นการเตรียมพร้อมไว้ส่วนหนึ่งนั่นแสดงให้เห็นความแน่วแน่ว่า MG จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้แม้จะเพิ่งเริ่มต้นในฐานะผู้เล่นในตลาดกระบะ1 ตันในเมืองไทยก็ตาม