รีวิว ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่(MY2017)

empty asphalt road and modern buildings in guangzhou; Shutterstock ID 392438023

ฮอนด้า แนะนำ โมบิลิโอ ไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา มาดูรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโมบิลิโอ Thaiautopress.com ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
ฮอนด้า ออโตโมทีพ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์”ฮอนด้า”ได้ทำการปรับเปลี่ยน แบบไมเนอร์เชนจ์ หลังจากเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี2014 เรียกว่า “เปลี่ยน”ครั้งสำคัญในรอบ2 ปี โมบิลิโอ ป ระกอบในประเทศไทย(CKD)ที่โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อยุธยา ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญหนึ่งในสองแห่งในประเทศไทย(อีกแหล่งอยู่จ.ปราจีนบุรี) และปัจจุบัน ฮอนด้าไม่มีการจำหน่ายรถยนต์นำเข้าสำเร็จรุป (CBU) ก่อนหน้านี้เคยนำเข้ารถบางรุ่นจากอินโดนีเซีย ทั้งนี้ชื่อโมบิลิโอ เริ่มเข้าตลาดไทยตั้งแต่ 12 กันยายน 2557 มีการแถลงข่าวแนะนำรถอย่างเป็นทางการ ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ B2 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และมีการทดสอบขับโดยสื่อมวลชน ใน ระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2557 (กลุ่มที่ 1) ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

       กึ่งแวกอนกึ่งครอสโอเวอร์แนวทางของฮอนด้า
โมบิลิโอ จัดเป็นรถยนต์นั่ง อเนกประสงค์ ขนาดซับคอมแพคท์โครงสร้างตัวถังใช้ระหัส (DD4)มีรูปทรงแบบแวกอน กึ่งครอสโอเวอร์ ทางฮอนด้า เรียกรถของตัวเองว่า” MUV” โดยแท้จริงแล้ว ในตลาดเรารับรู้กันว่า โมบิลิโอ เป็นเช็กเมนท์หนึ่งของเอ็มพีวี หรือรถเอนกประสงค์ ซึ่งขนาดของรถโมบิลิโอ จัดว่าอยู่ในกลุ่มเอ็มพีวีไซด์ S หรือรถเอ็มพีวีเล็กนั่นเองในอดีต รถเหล่านี้ได้รับความนิยมในตลาดพอสมควรโดยมี เชฟโลเล็ต ซาฟิร่า(ปัจจุบันยกเลิกการขายไปแล้ว) นิสสัน ลาวินา โตโยต้า อแวนซ่า เป็นผู้นำตลาด
ในปัจจุบันกลุ่มรถเหล่านี้มีตัวเลือกที่โดดเด่นในตลาด คือ ซูซูกิ เออติกาโตโยต้า อแวนซ่าส่วนคู่แข่งทางอ้อมก็มีเช่น นิสสันโน้ทใหม่แม้จะเป็นรถแฮทแบค5 ประตูแต่โน้ทในต่างประเทศได้ถูกจัดให้แข่งได้กับ เอ็มพีวี ไซด์S เนื่องจากมีพื้นที่ใช้งานและทรงรถเอียงไปทาง MPV โมบิลิโอ นั้นสื่อสารการตลาดเป้าหมายคือ การตอบโจทย์ชีวิตครอบครัวคนเมืองยุคใหม่สู่ความลงตัวในทุกด้าน ด้วยดีไซน์สปอร์ต

เจาะการปรับปรุง โมบิลิโอ MY2017
การปรับปรุงใหม่ในโมบิลิโอ รายการปรับปรุงถือว่า ไม่ได้ มีรายการปรับมากมายอะไรนัก โครงสร้างยังเป็นแบบเดิมคือ เกียร์ เดิม เครื่องยนต์ ตัวถัง แต่รถก็ยังคงความสมบูรณ์ของการตอบสนองการใช้งาน 7 ที่นังเพื่อครอบครัวหลายคนไว้
โมบิลิโอ ออกแบบภายใต้แนวคิด Elegant Evolution โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือการยกระดับความมั่นใจในแบรนด์ฮอนด้า ความรู้สึกสะดวกสบาย ผ่อนคลาย และความปลอดภัย รวมถึงการออกแบบรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง สวยงามและหรูหรายิ่งขึ้น

เปลี่ยนกระจังหน้าเพิ่มสปอร์ต
รูปลักษณ์ภายนอกของ ฮอนด้าโมบิลิโอใหม่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวดูแข็งแกร่งและลงตัวขึ้น การเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดคือ”ไฟหน้า”ที่มีการยกไฟเก่าออกทำดีไซน์ใหม่ ที่เพิ่มอีกส่วนหนึ่งคือ ไฟหรี่แบบ LED กระจังหน้าด้านหน้าโดยรวมฮอนด้าดูแข็งแกร่งแบบสปอร์ต มีลักษณะการเล่นระดับสองชั้น ชัดเจน เราจะเห็นการเล่นระดับแบบนี้ได้ใน ซีวิคแฮทแบคที่สามารถสื่อเรื่องความสปอร์ต ดุดันและทันสมัย

ห้องโดยสารเดิมเพิ่มความเบาะหนา
ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Elegant Evolution” มาพร้อมความพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ เบาะที่นั่งลายใหม่สไตล์สปอร์ต มีการเพิ่มความหนาของเบาะรองนั่ง เล็กน้อย (ปรับตามการพัฒนาการของเบาะรุ่นใหม่ในหลายรุ่นของฮอนด้าที่ใช้วัสดุร่วมกัน)

    ออฟชั่นเลือกเบาะได้เหมือนเดิม
ฮอนด้าโมบิลิโอยังคงมีออฟชั่นให้คนซื้อได้เลือก จำนวนเบาะนั่งว่าจะเอาแบบ แบบ 2 แถวในรุ่น S หรือเบาะนั่งแบบ 3 แถวในรุ่น V และ RS

เบาะนั่งแถวที่2
เบาะนั่งแถวที่ 2 ในทุกรุ่น สามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบจังหวะเดียว (One Motion) และพนักพิงยังพับราบและปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ ทั้งนี้ เบาะนั่งแถวที่ 2 ในรุ่น V และ RS ยังสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 100 มิลลิเมตร ซึ่งทำให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 สามารถขึ้นลงได้อย่างสะดวก
     เบาะนั่งแถวที่ 3
เบาะนั่งแถวที่ 3 มีเฉพาะรุ่น V และ RS สามารถพับราบและพับแยกแบบ50:50หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะคือพับเบาะลงได้เรียบและสามารถพับต่อไปด้านหน้าเพื่อให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายเพิ่มมากยิ่งขึ้น
“การเลือก ซื้อว่าจะเอาเบาะแบบไหนก็คงอยู่ที่จัดประสงค์การใช้องค์ประกอบผู้โดยสารว่า “ปกติ” มีสมาชิกใช้รถประจำกี่คน ครอบครัวมีโอกาสเดินทางด้วยกันหรือไม่ เพราะหากซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานก็เสียดาย เพราะว่า ราคาของตัวเอส ประหยัดว่า ตัวที่มีเบาะแถวที่3 ถึง
นอกจากนี้ ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ทุกรุ่น ยังได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยและความสะดวกสบายที่ครบครัน ด้วยมาตรวัดเรืองแสง ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ช่องจ่ายไฟสำรอง ที่วางแก้วน้ำมากถึง 11 ตำแหน่ง ไฟภายในห้องโดยสาร 2 ตำแหน่ง และกระจกมองหลังแบบตัดแสง

เครื่องยนต์(L15Z1)
ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ ด้านหน้า ด้วยระหัส L15Z1 (SOHC i-VTEC) 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร(ความจุ1497cc)ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ด้รับการพัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology รองรับพลังงานทางเลือก E85 เครื่องยนต์ตัวนี้ใช้ในรถหลายรุ่นของฮอนด้า เช่น รถแบบ5 ประตูรุ่นJazz รถซีดาน รุ่น City สำหรับรถยนต์โดยรวมเมื่อรวมตัวถังหนัก 1173 กิโลกรัม (RS) มีอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มที่ประหยัดน้ำมันและ ปล่อยCO2ระดับ 114 g/km

  ระบบกันสะเทือน
ระบบกันสะเทือนของโมบิลิโอใช้โครงสร้างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัทอิสระพร้อมเหล็กกันโคลงและระบบกันสะเทือนหลังแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape โครงสร้างระบบรองรับน้ำหนักนั้น นำเอาจุดเด่นของ “แม็กเฟอร์สันสตรัท”ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ขับเคลื่นอล้อหน้า เป็นรูปแบบระบบรองรับน้ำหนักหน้าที่นิยมใช้กันในรถทั่วไป ส่วนด้านหลัง ลักษณะของ ทอชั่นบีม หรือ คานแข็ง เป็นการออกแบบเพื่อลดจุดยึดของ ระบบรองรับน้ำหนักกับตัวถังให้เหมาะสมและไม่รบกวนพื้นที่ที่ควรได้ใช้งาน นอกจากนี้ยังบำรุงรักษาง่าย แข็งแรงทนทาน การใช้ คานแบบนี้นิยมกันในรถเก๋งเล็กทั่วไป คานแข็งอาจจะดูเป็นเบสิกมากของการออกแบบ ช่วงล่างหลังแต่ประสิทธิภาพ ต้องยอมรับว่า รถช่วงล่างแน่นๆ อย่าง ตระกูล เดิมๆ ของซาบ สวีเดนก็ใช้แบบนี้ จนกระทั่งมีการพัฒนาของวัสดศาสตร์ใหม่ๆ จึงทำให้ระบบรองรับน้ำหนักของรถได้ก้าวไปสู่ยุคของการลดน้ำหนัก วัสดุที่ใช้ประกอบช่วงล่างและพัฒนาไปสู่โครงสร้างที่ซับซ้อนมากขึ้น
เทคโนโลยีเพื่อการเดินทาง
ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ สำหรับตัวทอป รุ่นจัดเต็มคือรุ่น RS ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง บนพวงมาลัยช่วย ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone (บางรุ่น)ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ในรุ่น RS มีกล้องส่องภาพด้านหลัง(Rearview Camera)

  รุ่นประหยัดเครื่องเสียงลดเกรดลง
ส่วนในรุ่น S และ V ซึ่งเป็นรุ่นประหยัด ปรับเครื่องเสียงให้เกรดต่ำลงเป็นเครื่องเสียงแบบ 2 Dinพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง ยังมีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย(Bluetooth)

ความปลอดภัย
ฮอนด้า โมบิลิโอ ทุกรุ่น ให้ถุงลมคู่หน้า Dual SRSระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วย การออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ3 จุด 2 ตำแหน่ง
และยังได้เพิ่มไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมเสียงเตือน และระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed)
    ปรับเปลี่ยนเข็มขัดนิรภัยแถว2
สำหรับ MY2017 ได้ทำการปรับเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 เป็นแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่งจากเดิมเป็นแบบ 2 จุด ในตำแหน่งที่นั่งกลาง
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ปรกอบด้วย ระบบกุญแจนิรภัย (Immobilizer)จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX) ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED

ตัวเลือก

โมบิลิโอ ใหม่ มีทั้งหมด 3 รุ่น เพราะมีกรปรับไลน์อัพใหม่จากเดิมมีให้เลือก 4 รุ่น ลดลงเหลือ3รุ่น(ตัดรุ่นเกียร์ธรรมดาออก)

       รุ่น S มาพร้อมเบาะที่นั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ราคา 659,000 บาท

รุ่น V มาพร้อมเบาะที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ราคา 699,000 บาท

รุ่น RS มาพร้อมเบาะที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ราคา 763,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาว
ออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีขาวทาฟเฟต้า

RS ตัวทอปไลน์ (ราคา763,000 บาท)
มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น RS มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคัน กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ แบบ Gloss Black ไฟตัดหมอกคู่หน้าพร้อมกันชนหน้าแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง กันชนหลังแบบสปอร์ต พร้อมปลอก ท่อไอเสียแบบสเตนเลส สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้วแบบ RS และสัญลักษณ์ RS บนกระจังด้านหน้าและฝากระโปรงท้าย

และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ทั้งนี้ยังได้เพิ่มฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น ได้แก่ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) รุ่น V มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว และกระจก มองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ติดตั้งเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมลำโพง 4 ตัว และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

รุ่น S (เบาะที่นั่ง 2 แถว)

รุ่น S มีเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบโครเมียม ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ      LED และล้อลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว ติดตั้งเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมลำโพง 2 ตัว มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่พร้อมถาดรองสัมภาระท้ายรถ และกล่องอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2 สี

เพิ่มตัวเลือกสี

ฮอนด้า โมบิลิโอ MY17  มีให้เลือก 5 สี มากกว่าของเดิม 1 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) (เฉพาะรุ่น RS) และอีก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) (เฉพาะรุ่น RS) และสีขาวทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น S และ V) โดยสีภายในห้องโดยสารเป็นสีดำทั้งหมด

ส่วนของเดิม มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) และสีใหม่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ในทุกรุ่น สีขาวออร์คิด (มุก) เฉพาะในรุ่น RS CVT และรุ่น V CVT และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะในรุ่น S

 

ตัวล่างตัวทอปห่างกันแสนบาท
สองรุ่นประหยัด นั้นดูแล้วจะมีความสมเหตุสมผลมากโดยรุ่น S เบาะที่นั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ราคา 659,000 บาท  ราคาห่างจากตัวท็อป 15.78 % ถือว่าห่างมากทีเดียวเพราะเป็นเงินที่ต่างกันถึง 104 ,000 บาท แต่หากจะ เล่นเบาะ3 แถว หรือ7 ที่นั่ง ก็ต้องเพิ่มเงินจากตัวเบาะสองแถว แค่6.07 % หรือ 30,000บาท
(รุ่น V เบาะที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ราคา 699,000 บาท)

แต่ลองคำนวน แบบที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ตัวท็อป อาร์เอส เทียบกับ รุ่น V เบาะที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ราคาจะห่างกัน 9.16 % หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 64,000บาท

       ย้อนอดีตก่อนไมเนอร์เชนจ์ (2017)
ลองย้อนกลับไปดู สิ่งที่โมบิลิโอ ได้ทำมาก่อ นั่นคือ รถ (MY16) การอัพเดท มีขึ้นในวันที่5 ม.ค.59 เป็นช่วงที่ ฮอนด้า แนะนำ โมบิลิโอ ที่รองรับ E85 ได้และมีการ เสริมอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้นโดยปัจจัยสำคัญเกิดจากการที่รัฐบาล ให้ความสำคัญกับ รถที่มีVSC ควบคู่ไปกับการปล่อยมลพิษที่ต่ำลงนอกจากE85 ได้แล้ว ยังติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว (เฉพาะรุ่น RS) เป็นครั้งแรก รวมถึงการมีระบบควบคุมการทรงตัว (VSA) และระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ในทุกรุ่นอีกด้วย

 

     ของเดิมมีทั้งหมด 4 รุ่น 

·     รุ่น RS  CVT  เบาะนั่งแบบ 3 แถว ดีไซน์สปอร์ต ด้วยกระจังหน้าโครเมียมดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้า กันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ต พร้อมสเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED มาพร้อมที่นั่งแบบ 3 แถว และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ราคา 755,000 บาท (MY17 -763000)

·       รุ่น V CVT เบาะนั่งแบบ 3 แถว พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ราคา 699,000 บาท (MY17 699,000)

ทั้งนี้ ในรุ่น RS CVT และ รุ่น V CVT เบาะนั่งแถวที่สองสามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบแบบจังหวะเดียว (One Motion) รวมถึงสามารถปรับเลื่อนหน้าหลังได้ถึง 100 มิลลิเมตร นอกจากนี้ เบาะนั่งแถวที่สาม ยังให้พื้นที่วางขาที่กว้างสบาย เบาะนั่งพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ ส่วนพนักพิงยังปรับเอนได้ถึง 2 ระดับ และแม้จะมีผู้โดยสารนั่งครบในทุกที่นั่ง โมบิลิโอ ใหม่ สามารถจุสัมภาระที่บริเวณห้องสัมภาระด้านท้ายได้ถึง 223 ลิตร

   รุ่น S แบบเกียร์อัตโนมัติ (CVT) เบาะนั่งแบบ 2 แถว ซึ่งมีพื้นที่ด้านหลังเพื่อบรรทุกสัมภาระได้จำนวนมาก ราคา 659,000 บาท (MY17 659,000)

      รุ่น S แบบเกียร์ธรรมดา (MT)  เบาะนั่งแบบ 2 แถว  เมื่อพับเบาะนั่งแถวที่สอง จะสามารถจุสัมภาระได้ถึง 1,214 ลิตร
 ราคา 615,000 บาท 

คู่แข่ง

 ตัวบนRS ไปชนกับโตโยต้า เซียนต้า  SIENTA 1.5V ส่วนตัวกลางไปชนกับ ซูซูกิ เออติกา เดรซ่า  (ซูซูกิ เออร์ติกา มี 2 รุ่นย่อย ให้เลือก GL ราคา 655,000 บาท และรุ่น Dreza  ราคา 715,000 บาท) และตัวล่างนั้นก็ชนกับ เออติกา และอแวนซ่าของโตโยต้า

Search