ลองขับ เทสลา Model S(Exclusive Test Drive)

ลองขับจริงกับเทสลา โมเดล เอส ตอบคำถามที่ว่าจริงหรือที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ “กำลังจะมาถึง”อย่าเชื่อจนกว่าคุณจะได้สัมผัส        เทสลาบนถนนเมืองไทย

Test model s (37)
เทสลา โมเดล เอส

การเริ่มต้นของรถเทสลา ว่ากันว่าเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก เลยก็ว่าได้”รถยนต์ไฟฟ้า”(Electric Vehicle-EV )ถูกท้าทายมาแล้วหลายยุคหลายสมัยแต่”รถยนต์ไฟฟ้า”คันแรกเริ่มต้นขึ้นและเป็นฝ่ายแพ้ หากติดตามเรื่องราวของรถยนต์ไฟฟ้า จะพบว่ามีการทำสารคดีเรื่อง”ใครคือผู้ฆ่ารถไฟฟ้า” โดยมีอเมริกันชนในฐานะที่เป็นประเทศที่พยายามทำรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ออกมาเป็นประเทศแรกได้ค้นหาคำตอบว่าทำไมรถยนต์ไฟฟ้าจึงไม่เกิดขึ้น
และเขาพบว่า คนที่สร้างรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง”จีเอ็ม” กลับกลายเป็น”ผู้ฆ่า” รถยนต์ไฟฟ้าเสียเอง เทั้งๆที่จีเอ็ม คือผู้ให้กำเนิดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่วิ่งได้จริงบนท้องถนนเป็นเจ้าแรกในโลกชื่อว่า EV1 นับจากวันที่ EV1 ถือกำเนิดมาในปี 1996 ล่วงมาถึงวันนี้ปี2016 ก็ 20ปีแล้ว แต่รถไฟฟ้าของจีเอ็ม เรียกได้ว่า หัดคาน แม้การนำเสนอรถในเชิงพาณิชย์ ยุค5ปีหลังของจีเอ็มจะสามารถส่งรถมาทำตลาดหลายรุ่นแต่ 15 ปีแรกนั้นแทบไม่มีรถออกมาขาย

ที่ชาร์จไฟ
ที่ชาร์จไฟ

เรื่องราวของรถยนต์ไฟฟ้าที่เรานำมารีวิวด้วยหลายคนสนใจติดตาม มีทั้งข่าวลืม ข่าวลืม ข่าวเก่า สร้างความสับสนใจวงการอย่างมากเราขอทำความเข้าใจก่อนว่า “รถยนต์ไฟฟ้า”ยี่ห้อ” เทสลา“ณ.วันที่เราทดสอบไม่มีการเปิดขายรถยี่ห้อนี้โดยตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทย แม้จะมีข่าวครั้งหนึ่งว่าเทสลา โดยตัวแทนที่อ้างขณะนั้นจะบอกว่าเขาจะทำตลาดเมืองไทยแต่ข่าวนั้นจบลงด้วยการที่ เทสลา อเมริกา(สำนักงานเอเชียแปซิฟิก สิงคโปร์)ไม่รับรองตัวแทนดังกล่าวพร้อมกับขู่ว่าใครเอาเทสลาไปทำมั่วๆอาจจะเจอปัญหาละเมิด ดังนั้นรถยี่ห้อนี้เลยยังไม่มีการขายใดๆ (ในฟอร์เวิร์ดไลน์ก็มั่วเละเลย)ที่นำมารีวิวเป็นรถส่วนตัว นำเข้ามาโดยอิสระ ไม่เกี่ยวอะไรกับ  แบรนด์”เทสลา”และไม่สะท้อนความน่าจะเป็นไปของการนำเอา เทสลามาขายและไม่เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล เรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ที่ยังถงเถียงกันอยู่

Test model s (34)
ภายในหน้าปัดจ์ไม่มีแล้ววัดรอบเครื่องยนต์ สังเกตุแบตเตอรี่ซ้ายมือแสดงข้อมูลวิ่งได้อีก320กิโลเมตร

รู้จักเทสลา
เทสลา แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ระดับพรีเมี่ยม(Premium Electric Vehicles)ผลิตและขายในเชิงพาณิชน์มากที่สุดในโลก ณ.เวลานี้ เทสลาเป็นที่รู้จักกันโดยมีภาพลักษณ์ของ”อีลอน มัสก์ ” ซีอีโอเทสลา กำกับไปเสมอ มัสก์มีความฝันและทำตามสิ่งที่เขาคิดมีคนเปรียบเทียบเขาเป็นเหมือน สตีฟ จ็อบ(เวลานำเสนอแผนหรือแถลงข่าววิธีการของเขาก็คล้ายกัน)
สำหรับเทสลา คาร์ เริ่มแรกของแบรนด์นั้น ไม่ได้ก่อตั้งโดย”อีลอน มัสก์ (ELON MUSK) แต่เทสลา ก่อตั้งโดย Martin Eberhard และ Marc Tarpenning ในปี 2003 จากนั้น ราวปี 2004,  อิลอน มัสก์ จึงเข้ามาร่วมลงทุนจนเขากลายเป็น เบอร์หนึ่งในบอร์ดบริหารองเทสลา โดยอิลอน มัสก์ นั่งเป็น CEO และหัวหน้าแผนกออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้วยความคิดก้าวหน้าเขาปฎิวัติวงการรถยนต์ด้วยแนวคิดประหนึ่งว่า เทสลา มันคือ คอมพิวเตอร์(ไอแพด)ติดล้อนั่นเอง

มุมไฟท้ายด้านซ้าย คือหัวใจสำคัญ ช่องชาร์จไฟซ่อนอยู่อย่างมิดชิด ใช้ระบบแม่เหล็กดูด หากต้องการปลดสลักเปิด สั่งงานได้ทั้งภายในและรีโมท
มุมไฟท้ายด้านขวา คือหัวใจสำคัญ ช่องชาร์จไฟซ่อนอยู่อย่างมิดชิด ใช้ระบบแม่เหล็กดูด หากต้องการปลดสลักเปิด สั่งงานได้ทั้งภายในและรีโมท

โปรดักซ์ไลน์อัพจากอดีต-ปัจจุบัน
รถรุ่นแรกของ เทสลาคือ รถยนต์สปอร์ตไฟฟ้ารุ่นโรดเตอร์ จากนั้นก็ออกModels S มาเป็นรถคอนเซ็ป คาร์  ช่วงนั้นก็ขายโรดเตอร์ เป็นหลัก จากนั้น ก็ออกแบบรถModelsX โปรโตไทร์ฟ และแนะนำ”Model S”ลงตลาดเป็นครั้งแรก ในปี 2013เทสลา พยายามทำรถให้ครบทุกเช็กเมนท์ โดยรถใหม่ ได้แก่ “Models X” และ “Models 3”ในย่านเอเชีย แปซิฟิก เครือข่าย การจำหน่ายของเทสลามี อยู่ใน ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และมาเก๊า ทั้งนี้ ในแต่ล่ะพื้นที่เทสลาจะจัดตั้งสถานีชาร์จไฟ เพื่อให้บริการฟรีแก่รถเทสลาปัจจุบัน มีสถานี ซูเปอร์ชาร์จ อยู่ 661 จุดทั่วโลก มีแท่นชาร์จหรือหัวจ่ายไฟรวม 4,001 จุด (อัพเดท 3ก.ค.59) คนที่สนใจสามารถเข้าไปดู  เครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า และแท่นชาร์จได้ที่ www.teslamotors.com/supercharger

tesla model s test1
รูปทรงสวยงามขนาดตัวถังใหญ่ มันคือรถเกรดพรีเมี่ยมที่ระดับรถไว้แข่งขันกับเบนซ์หรือบีเอ็มดับเบิลยูในตลาด

ทดสอบโมเดลS (P85D )
สำหรับคันที่เราขับ เป็นรุ่นP85D  ที่ได้รับการกล่าวถึงว่า รถแห่งศตวรรษที่21 ด้วยความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ และเป็นผู้เปลี่ยนแปลงวิศวกรรมยานยนต์ ในด้านสมรรถนะความปลอดภัย,การประหยัดพลังงาน เป็นการตั้งมาตราฐานใหม่ในโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ เทสลา โมเดลเอส (Model S )เป็นซีดาน 4 ประตู ขนาดใหญ่ แพลตฟอร์มของเทสลา  น่าจะเท่ากับซีรี่ส์5ได้  เครื่องยนต์ไม่มี แต่ขับเคลื่อนโดยมอเตอร์พลังสูงสองตัว (Dual Motors) ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ ออลวีลไดร์ฟ เนื่องจากไม่ใช้เครื่องยนต์จึงทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ระยะทำการตามสเปค สามารถขับได้ไกลกว่า 480 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และมีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.3 วินาที

รูปทรงกุญแจรถ
รูปทรงกุญแจรถ

สัมผัสรถไฟฟ้าของจริง 
แม้ว่ารถจะไม่ต้องการระบบระบายความร้อนด้วยอากาศแต่ โมเดล เอส ยังรักษาฟอร์มของรถที่ใช้อากาศระบายความร้อนไว้ด้านหน้ากันชนดูเหมือน มีกระจัง เปิดรับลมที่ใหญ่โต ซึ่งจริงๆ รถไฟฟ้าปิดตรงนี้แบบยาวไปเลยก็ได้ และแม้จะมีช่องที่ดูเหมือนรับลม แต่ใต้กระจังนั้นก็ตันไม่มีลมรอดเข้าไปเพราะว่า หลังกระจังหน้าและใต้ฝากระโปรงหน้า มันคือ ที่เก็บของ ภายนอกนั้นรวมๆ แล้วรถดูไม่คุ้นตาทำให้เป็นที่สนใจของผู้คน  ลักษณะอย่างหนึ่งที่สังเกตุได้คือ  ความสำคัญเรื่องของ”แอโร่ ไดนามิก” เพื่อทำให้รถเสียกำลังไปกับการต้านอากาศผิวตัวถังดูเพียวเรียบ แม้แต่”มือเปิดประตู”ก็ไม่มีหลุม แต่ใช้การยืนออกมาจากตัวถัง เมื่อต้องการใช้พอใช้เสร็จรถก็จะเก็บมือจับฝังลงไป ทำให้มองไม่เห็นมือจับเลย (กลไกนี้ระยะยาวไม่รู้ว่าจะเหนียวแค่ไหนเพราะชักเข้าชักออก)

 ครีบเหล่านี้เพื่อความสวยงามเท่านั้นไม่มีรูให้ลมไหลเข้าไปเพราะไม่มีเครื่องยนต์ไม่มีความร้อน
ครีบเหล่านี้เพื่อความสวยงามเท่านั้นไม่มีรูให้ลมไหลเข้าไปเพราะไม่มีเครื่องยนต์ไม่มีความร้อน

ไฟท้าย ไฟหน้า ออกแบบได้กลมกลืน พยายามจะใช้ความกลมกลืนเป็นพื้นเดียวกันทั้งหมด  รายละเอียดของเส้นไม่ซับซ้อน แต่ก็พอให้รู้สึกว่าสปอร์ต เล็กๆ ตนบางมุมมองรถก็เรียกว่า เรียบง่ายเกินอย่างหนึ่งที่เราไม่เห็นเลยคือ ฝาเติมน้ำมัน กับท่อไอเสีย สองอย่างนี้ไม่มีส่วนช่องชาร์จไฟ แอบไปฝังใต้ทางซ้าย ใต้แผงทับทิบข้างของไฟท้าย ฝาปิดเป็นระบบแม่เหล็กเปิดด้วยรีโมทหน้าตาล้ำยุค

Test model s (36)
มอนิเตอร์ขนาดใหญ่17นิ้วคือศูนย์กลางการควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ทั่งระบบข้อมูลสำหรับการขับและการปรับแต่งฟังก์ชั่นของรถ

โมเดล เอส ให้รีโมทมาพร้อมรถหน้าตาคล้ายกับ รถโมเดล เอส คันเล็กๆ อีกคัน แต่วัสดุมันวาวทำให้รู้สึกว่า”รีโมทคอนโทรล”ดูหน้าตาล้ำมาก รีโมทนี้ใช้ออนรถได้ หลายระบบ เช่น กดตรงฝากระโปรงของรีโมท ก็เป็นการเปิดฝากระโปรง กดตรงหน้ารถรีโมทก็เปิดกระโปรงหน้า รถเรียกว่า คอนโทรล ตามฟังก์ชั่น

ภายในยังเนียนไม่สุด
ตามท้องเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า พระเอกอย่างเครื่องยนต์หายไปดังนั้นบรรดาปุ่มและอุปกรณ์อะไรที่เชื่อมเข้าหาพระเอก ก็จะหมดความจำเป็นลงไปด้วย ระบบหล่อเย็น ระบบน้ำ ระบบระบายอากาศนี่เลิกไปด้วยกันหมดปุ่มวัดหรือเกจน์ต่างๆ ก็ไม่จำเป็น ดังนั้นเราจึงเห็นความเรียบๆ โล้น ๆ ปุ่มเยอะๆ อย่างในเบนซ์หรือบีเอ็มดับเบิลยูเรียกได้ว่าไม่เห็นในห้องโดยสาร ผมเห็นแผงหน้าของรถ คอนโซลกลางที่ไม่มีอไรเลย เป็นลายเคปล่าขึ้นรูปเป็นบล็อคให้ดูงดงามเท่านั้น

Test model s (8)
เบาะด้านหน้าออกแนวสปอร์ต กึ่งบักเก็ตซีตพนักพิงศรีษะยึดเป็นชิ้นเดียวกันกับเบาะ ปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ

หน้าปัดใหญ่โตแต่มี2ปุ่มเล็กๆ ให้ไว้กดกับจอมอนิเตอร์ขนาดมหึมา(17นิ้ว)อยู่ตรงกลาง เจ้า2ปุ่มเล็กๆ ปุ่มแรก ทำหน้าที่ไฟจอดฉุกเฉิน  ทรง3เหลี่ยมทำจากวัสดุ เงินเงาวาว อยู่ชิดขวาของจอ ส่วนชิดฝั่งซ้ายระนาบเดียวกัน มันคือ ปุ่มเปิดที่เก็บของด้านหน้า
ที่พวงมาลัย ด้านซ้ายเป็นก้านไฟเลี้ยว ด้านขวาเป็นก้านเกียร์อัตโนมัติ เห็นปุ๊ปรู้เลยว่า ไม่ได้คิดอะไรมากลอกเบนซ์รุ่นเก่าๆ มา รถมีพวงมาลัยที่ใหญ่ ดูเทอะทะ แต่หุ้มด้วยวัสดุหนังแบบหรูหรา ขวามือ สวิสกระจกไฟฟ้าไปรวมกันที่แผงข้างประตู ดูแล้วก็ลอกเบนซ์มาอีก เบาะนั่งเป็นแบบชิ้นเดียว กึ่งบักเก็ตซีท ฟายด์ชีสหนาทีเดียว

ถ้าเอาความพอใจในแง่ของการออกแบบภายใน อารมณ์แบบ “ว๊าว “ผมเฉยๆ เพราะว่า อรรถรสจากการนั่งซาบซึ้งน้อยกว่า นั่งบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5 หรือเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี คลาส ผมเชื่อว่า วิศวกรออกแบบท่าทางยังไม่เก่งพอที่จะสร้างการออกแบบให้คนได้รับรู้อารมณ์แบบนี้ ส่วนหน้าจอหลัก ที่เป็นดิจิทัล สามารถปรับการแสดงผลได้หลายฟังก์ชั่น หลายโหมด ซึ่งรถสมัยใหม่ล้วนแต่ทำแบบนี้เช่น ในอี คลาส 220d AMGไดนามิก ก็สามารถเลือกว่าจะให้แสดงอะไรผ่านหน้าปัจน์ยาว24นิ้ว (12/12)

การวางตำแหน่งของ แบตเตอรี่ จะกระจายเป็นแผงอยู่ในพื้นที่เดียวกับพื้นรถ การกระจายเป็นแบบแผ่นกว้างนี้มีผลต่อรถขณะวิ่ง เช่นเดียวกับการที่ไม่มีน้ำหนักเครื่องยนต์ถ่วงด้านหน้า ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ น้ำหนักด้านหน้าและหลัง กระจายได้สมดุลย์  เสถียรภาพของรถขณะเคลื่อนที่จะสูง และลดความเสี่ยงการพลิกคว่ำ  รถเทสลาไม่ได้วางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้าเหมือนรถ วางหน้าทำให้หลายคนกังวล เหมือนผมว่าเวลาชนอันตราย

ชิ้นส่วนเทสลาไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีของเหลว ทำให้การดูแลรักษาน้อยชิ้นลง
ลักษณะการวางแบตเตอรี่และชิ้นส่วนของเทสลาการที่ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่มีของเหลว ทำให้การดูแลรักษาน้อยชิ้นและจัดการกระจายน้ำหนักง่าย

แต่จากการดูตัวรถด้านหน้าการที่ไม่มีเครื่องยนต์ทำให้เทสลาสามารถออกแบบโซนยุบตัวของ ด้านหน้าได้อย่างอิสระ เป็นเหตุผลทำให้เทสลาได้รางวัล รถปลอดภัยสูงสุดจาก ทั้ง NHTSA และEuro Ncap นอกจากนี้ด้านหน้ายังมีที่ว่างไว้เก็บของได้อีก เรียกว่าที่เก็บของมีสองที่ใหญ่ๆ คือ ฝากกระโปรงหลังและฝากระโปรงหน้า

ไฮเทคล้ำยุค
เทสลา มีของเล่าหลายอย่างให้เล่นเหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง โดยยกตัวอย่างเช่น ระบบป้องกันตัวเองถ้าใต้ท้องรถเกิดการขูดหรือกระแทกเพราะถนนสูง เนินชันแม้แต่ ทางเข้าบ้านที่ยกระดับสูงกว่าพื้นถนน รถเกิดการขูดแต่หลังจากนั้นรถจะจำตำแหน่งอัตโนมัติเมื่อมากถึงจุด มันจะยกตัวเองอัตโนมัติ หรือหากบ้านมีรีโมทคอนโทรล ประตูรั้วอัตโนมัตให้ทำการเชื่อมสัญญาณรีโมทให้รถจำไว้เมื่อขับรถจากจ่อที่รั้วรถเข้ามาประตูรั้วจะเปิดอัตโนมัติทันที

กดไม่สุดแต่หลังติดเบาะ
ผมรับกุญแจมามาจากเจ้าของ ด้วยท่าทีงงๆ เพราะไม่รู้ว่ามันขับอย่างไร สั่งงานอย่างไร รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้เพิ่งวิ่งไปไม่ถึงหมื่นโล เนื่องจาก ไม่มีประสบการณ์มาก่อน เดือดร้อนเจ้าของรถที่ต้องมานั่งอธิบายให้ (ยืมรถเขาแล้วยังให้เขาสอนอีก) เจ้าของรถอธิบายเสร็จสรรพ บอกโน่นบอกนี่สรุปแล้ว การจัดการช่างง่ายดาย เพราะหิ้วรีโมท มาเดินใกล้รถประตูก็จะยื่นที่จับมาเปิดประตูเข้านั่งลงไป คาดเข็มขัด เท้าขวาเหยียบเบรก ปุ๊ปสัญญาณไฟเขียวขึ้นว่า”พร้อม” แสดงว่ารถเครื่องแล้วไม่ใช่สิ รถพร้อมออกเดินทางแล้ว

ก่อนจะออกเดินทาง เจ้าของรถตั้งโปรไฟล์คนขับให้เป็นชื่อผม เพื่อให้รถรู้จักผมและจำข้อมูลไว้ตอบสนองคนขับที่ต่างโปรไฟล์กันออกไป การตั้ง โปรไฟล์ก็เพียงแต่ เพิ่มUser ผ่านจอตรงกลาง เมื่อรถเก็บข้อมูลของคนขับรถ จะจำคนขับไว้เมื่อต้องการปรับรถ เช่นปรับเบาะ พวงมาลัย หรือข้อมูลการเดินทางต่างๆรถจะแยกให้เห็นชัดเจน
จากนั้นพอรถพร้อมขับก็สับก้านเกียร์ ด้านข้างพวงมาลัยด้านขวาไปที่D สำหรับเกียร์เหมือนของเบนซ์คือ ก้านเล็ก มีเกียร์ R  D N และP เท่านี้ต่างไปจากเกียร์รถยนต์ไฟฟ้าญี่ปุ่นหรือไฮบริดที่มีB  อยู่อีกอันหนึ่ง
พอเท้ายกออกจากเบรกรถก็เคลื่อนไป  น้ำหนักพวงมาลัยความเร็วต่ำค่อนข้างหนัก แตะคันเร่งออกตัวไม่ชินมากนักนั่งอยู่ในรถ ไม่รู้สึกว่า เครื่องเงียบหรือไม่เงียบ  เพราะภายในเหมือนรถทั่วไปที่เก็บเสียงดีแต่อย่างหนึ่งคือไ่ม่มีการสั่นที่ตัวถังใดๆ เวลาที่เราเร่งคันเร่ง ลองกดคันเร่งเพิ่มขึ้นและลองยกคันเร่งออกปรากฏว่า รถจะดึงแรงมาก เรียกว่าแทบจะ เหมือนเบรกเลยคันเร่งตอบสนองดี และรถก็รีแอคทันทีที่สั่งเป็นรีแอคที่ หนักแน่นและมั่นคง เมื่อเริ่มคุ้นลองกดคันเร่งเพิ่มขึ้นปรากฏว่าระยะทางสั้นๆ แต่รถสามารถพุ่งขึ้นไปได้เร็วอย่างกะสปอร์ต แต่อาการดังกล่าวก็ไม่มีความรู้สึกเหมือนว่า มีรอบหรือมีอะไรคือขึ้นเฉยๆ เร็วแรงแบบง่ายๆ เสียงที่ได้ยินเป็นเสียง โรดนอยซ์ เพียวๆ  คือ เหมือนเสียงที่รถผ่านถนน ทั้งเรียบและไม่เรียบรวมถึงเสียงเคลื่อนที่ของลมต่างๆ ที่ผ่านรถไป (ปกติรถดีๆ เราจะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ขณะขับขี่ เพราะเสียงโรดนอยซ์จะกลบหมด)

ผมขับเทสลา โมเดล เอส เวียนไปเวียนมาในถนนที่ทำความเร็วได้อย่างวิภาวดี ลงกดคันเร่งลึกๆแรงมอเตอร์ฉุดรถแบบหลังติดเบาะ อ่ะนี่มันอารมณ์ รถซูเปอร์คาร์ได้เลย ในขณะที่ถนนที่แคบกว่าอย่างรอบๆ สวนรถไฟ โมเดล เอสดูจะไม่คล่องตัวนักด้วยตัวถังที่ใหญ่โต     “ช่วงหนึ่งขับผ่านปั้มปตท.ในใจคิดทันทีว่า ต่อไปฉันจะไม่พึ่งแกอีกแล้ว”
รถคันนี้ไม่ต้องการน้ำมัน ดูตัวเลขหน้าปัดบอกว่า รถยังสามารถวิ่งได้อีก300 กว่ากิโลเมตร ค่อนข้างมั่นใจว่า ไปได้ไกลกว่าที่คิด เนื่องจากไม่ได้ชาร์จไฟเองตัวเลขการกินไฟ และติดเป็นเงินไม่รู้เท่าไรแต่เจ้าของบอกว่า ชาร์จเต็มแบตได้ 400 กว่ากิโลเมตร ค่าไฟราว 200 กว่าบาทโดยที่เสียบปลั๊กไฟฟ้าที่บ้านธรรมดา ไม่ต้องทำอะไรใหม่

ระบบขับเองอัตโนมัติถูกตัดทิ้ง

ในขณะที่เทสลาผลิตรถอย่างก้าวหน้า ไม่เหนียมอายที่จะให้อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยมาในรถ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเช่น ระบบเบรกหยุดฉุกเฉินอัตโนมัต ,ระบบเตือนจุดบอด,ระบบเตือนออกนอกเลน, ระบบเลื่อนรถแบบไร้คนขับ  ขับเคลื่อน ออลวีลไดร์ฟพร้อมแทคชั่นคอนโทรล

อย่างไรก็ตามรถคันนี้สเปค ฮ่องกงไม่มีระบบออโตไพลอต หรือระบบขับเองอัตโนมัติซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในอเมริกา ตะวันออกกลาง ระบบนี้ถูกตัดออก โดยการโหลดอัพเฟิร์มแวร์ จากระบบออนไลน์ ซึ่งในรถจะฝังชิปไว้และเทสลาจะเชื่อมโยงข้อมูลของรถตลอดเวลาเหมือนกับโทรศัพท์มือถือวันดีคืนดี เจ้าของบอกว่า เทสลาจะแจ้งผ่านหน้าจอว่าทำอะไรกับรถไปบ้าง
สำหรับระบบขับเองอัตโนมัตแม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช่แต่ก็น่าศึกษาระบบนี้ไว้เพราะน่าจะได้เห็นในรถอนาคนโดยที่ตัวรถมีโซนาร์  ตรวจจับสิ่งกีดขวางเช่น รถยนต์ คน หรือสิ่งของต่าง ๆ โดยเมื่อตรวจพบ ระบบจะคำนวณระยะและเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยง และจะเปลี่ยนเลนให้เองโดยอัตโนมัติ    ระบบยังใช้สัญญาณ เรดาร์ ที่จะตรวจเส้นทางการวิ่งไปสู่จุดหมาย   ตรวจสอบถึงสถานะไฟแดงเพื่อหยุดรถหรือเร่งเครื่องอย่างเหมาะสม และออโตไพลอต ยังตรวจหาที่ว่างและนำรถเข้าจอด อัตโนมัติให้เสียดายครับ ระบบนี้คงจะยากหน่อยสำหรับเมืองไทยของเราและเอเซีย ที่ถนนยังไม่มีการทำมาร์ค รองรับออโต้ไพรอท

จับกระแสข่าวลือในไทย

สำหรับในประเทศไทยไม่มีทั้งกิจกรรมการขายและแท่นชาร์จใดๆ ของเทสลาแม้ว่าเราจะมีข่าวลือกันหนาหู เขียนเองเออเองกันตามโลกโซเชี่ยลมีเดียฟอร์เวิร์ด เมล์ หรือไลน์ เกี่ยวกับการเปิดขายเทสลาในไทย ล้วนเป็นข่าวเก่าทั้งสิ้น เพราะเทสลาไม่มีแผนจะขายในไทย

อดีต รถเทสลาเคย ถูกนำเข้ามาขายรถเทสลา เทสลาโดยผู้นำเข้า อิตัน อิมพอร์ท ผู้นำเข้าอิสระเคยสั่งเข้ามาขายแต่ปัจจุบันไม่มีรถเทสลาอยู่ในตารางราคา ของอิตัน ในขณะที่ มีนักลงทุนไทยพยายามทำตลาดแต่ต้องล้มเลิกไปเพราะเทสลาไม่อนุญาต วันนี้หากจะซื้อเทสลามาใช้งานมีทางเดียวคือ สั่งซื้อจากฮ่องกง โดยผ่านตัวแทนเอเย่นอีกที คันที่เราทดสอบ

สิ่งท้าทาย

ในเรื่องเทคนิคการใช้รถ เทสลา ในไทยจะต้องเจอสภาพจราจรที่ติดขัดแบบหยุดนิ่ง แช่นานไฟที่มีอยู่อาจจะไม่พอกลับบ้านก็ได้ นอกจากนี้ระบบมอเตอร์ที่ขับล้อโดยตรงกับระบบแบตเตอรี่ทั้งระบบอยู่ที่พื้นรถ เมื่อเจอถนนน้ำท่วมแบบกรุงเทพจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ท้าทายและยังไม่มีใครพิสูจน์ได้หรือให้คำตอบได้ในวันนี้


ขอบคุณม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด ให้ยืมรถทดสอบ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม ของเทสลา netcarshow.com