เจ.ดี.พาวเวอร์ยก “ซูซูกิ” ติดท็อป3บริการหลังการขาย

Suzuki โมเดล Swif

ซูซูกิ” ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านบริการลูกค้า ขยับขึ้นอันดับ 3 จากผลสำรวจของ เจ.ดี.พาวเวอร์ ด้านความพึงพอใจในบริการหลังการขาย” ประกาศจับมือดีลเลอร์ยกระดับมาตรฐานงานบริการ หวังสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างสูงสุด 


12 ตุลาคม 2561-กรุงเทพมหานคร-นายโยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  เจ.ดี.พาวเวอร์ (J.D. Power 2018 Thailand Customer Service Index (CSI) Study SM) ผู้ให้บริการด้านการสำรวจอุตสาหกรรมยานยนต์เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทย ประจำ ปี 2561 จากการประเมินความพึงพอใจโดยรวมของเจ้าของรถยนต์ที่ใช้บริการจากศูนย์บริการมาตรฐานสำหรับการบำรุงรักษาและงานซ่อมแซมในช่วง 12-36 เดือนของการเป็นเจ้าของ ใน 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ คุณภาพงานบริการ (27%), การรับรถคืน (20%), สิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์บริการ (18%), การเริ่มต้นให้บริการ (18%) และที่ปรึกษาด้านบริการ (18%)

พบว่า ซูซูกิ มอเตอร์(ประเทศไทย) ได้อันดับ 3 ด้านความพึงพอใจในการบริการหลังการขาย ด้วยคะแนนความพึงพอใจรวม 837 คะแนน (คะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) ด้วยคะแนนผลการสำรวจที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ขยับอันดับผลการสำรวจดีขึ้นจากค่าเฉลี่ยตลาดยอดนิยมในปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้อันดับ 6

นามุโรซากะ กล่าวว่า การได้คะแนนเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและเชื่อมั่นในการบริหารงานเชิงบูรณาการ สามารถทำงานได้อย่างเบ็ดเสร็จ รวดเร็ว แม่นยำและตรวจสอบได้ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าว ต้องขอบคุณผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันพัฒนาตนเอง และเพิ่มศักยภาพในการบริหารงานด้านการดูแลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) มีความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพัฒนายกระดับงานด้านบริการหลังการขายเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยกลยุทธ์ในการดูแลและเข้าถึงลูกค้าด้วยความจริงใจและใส่ใจที่จะมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน

นายโยจิ มุโรซากะ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการสำรวจของ เจ.ดี.พาวเวอร์ นับเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ตอกย้ำถึงแนวทางนโนบายของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าอย่างสูงสุด ให้ความใส่ใจตั้งแต่การต้อนรับลูกค้าเมื่อเดินทางเข้ามารับบริการ รวมถึงการอำนวยความสะดวกของผู้จำหน่าย, และเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนในการนำรถเข้ารับการบริการ เพื่อทำให้ลูกค้ามีมุมมองที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับคุณค่าของตัวสินค้าและทำให้ลูกค้าเชื่อว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อเป็นลูกค้ารถยนต์ซูซูกิ

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้งานบริการหลังการขายของซูซูกิมีระดับการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือ ซูซูกิได้พัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลลูกค้า (Dealer Management System หรือ DMS) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ในแบบ Real Time ซึ่งช่วยให้ทราบถึงประวัติการเข้ารับบริการของลูกค้า และสามารถประเมินค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังร่วมมือกับผู้จำหน่ายทุกรายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ด้วยการมุ่งเน้นอบรมพนักงานในเชิงปฏิบัติอย่างมืออาชีพ ปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของเพื่อให้มีใจรักในการบริการลูกค้าด้วยความยินดีและเต็มใจ

มร.โยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)

นอกจากนั้น ซูซูกิยังคงเดินหน้าจัดการแข่งขัน ‘Suzuki Best Dealer Award 2017’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อคัดเลือกผู้จำหน่ายที่มีคะแนนสูงสุด 10 แห่ง ในหัวข้อ “การสร้างฐานลูกค้าที่ยั่งยืน บนพื้นฐานความพึงพอใจสูงสุดในธุรกิจซูซูกิ” เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายแต่ละบริษัทได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการสร้างความพึงพอใจสูงสุดกับลูกค้า ด้วยวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานในทุกด้านของผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ กระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นผ่านการตอบแทนลูกค้าด้วยความจริงใจ พร้อมมอบการบริการที่ดีที่สุดและเหนือความคาดหวังให้กับลูกค้า ในฐานะที่ลูกค้าทุกท่านเป็นผู้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมภาพลักษณ์ของซูซูกิเป็นอย่างดีเสมอมา

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม

ทั้งนี้ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เริ่มต้นประกอบรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco Car) เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกขายต่างประเทศ รุ่นแรกคือ Suzuki SWIFT 1.25L ในปี 2012, Suzuki CELERIO 1.0L ในปี 2014 และ Suzuki CIAZ 1.25L ในปี 2015 นอกจากนี้ยังมีรถยนต์รุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ Suzuki ERTIGA และ Suzuki CARRY เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ทั้งนี้ “ซูซูกิ จะนำเสนอสินค้า ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่ยังคงรวมถึงการบริการต่างๆ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่จิตใจของลูกค้าเป็นสำคัญ