เครื่องยนต์ดับขณะลุยน้ำ:งานเข้าแล้วล่ะ

น้ำยาเอนกประสงค์

เทคนิคการเอาตัวรอดเมื่อเครื่องยนต์ดับในน้ำ ถ้าเครื่องยนต์ดับขณะที่ลุยน้ำอยู่นั้น อย่าพยายามติดเครื่องยนต์ เป็นอันขาด เพราะน้ำอาจจะเข้าไปในกระบอกสูบแล้ว และถ้าขืนพยายามติดเครื่องต่อไป “ก้านสูบ”อาจจะคดได้ แล้วจะเกิดเรื่องใหญ่ วิธีเดียวที่ควรทำก็คือ  เข็น รถให้พ้นน้ำแล้ว  เปิดฝากระปงหน้ารถ  เปิดกรองอากาศดูไส้กรองอากาศ ว่าเปียกโชกด้วยน้ำหรือไม่
ถ้าไม่เปียกแสดงว่า ยังไม่เป็นปัญหาร้ายแรง เบาใจไปได้ เพราะที่เครื่องยนต์ดับ เกิดจากไฟฟ้าถูกน้ำหรือความชิ้นเป็นตัวการณ์
ทางแก้   คือ พยายามไล่ความชื้น ออกจากระบบไฟฟ้า โดย ใช้น้ำ”ยาไล่ความชื้น”ฉีดไล่ไปตามสายไฟ ข้อต่อสายไฟ ทิ้งไว้สักพัก แล้วพยายามติดเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้ง
แต่ถ้ารถที่กรองอากาศเปียกโชกไปด้วยน้ำ วิธีการคือ  ถอดหัวเทียนออกให้หมดทุกหัว แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ดูว่าติดขัดอะไรหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพราะการถอดหัวเทียนออก เมื่อเครื่องยนต์หมุน กำลังอัดจะออกมาทางหัวเทียน และถ้ามีน้ำเข้าไปในกระบอกสูบ น้ำก็จะออกมาทางหัวเทียน ลองสตาร์ทเครื่องไล่น้ำ จนแน่ใจว่าไม่มีน้ำ แล้วใส่หัวเทียนกลับเข้าที่ หลังจากทำแบบนี้แล้ว  ถ้าเครื่องยังไม่ติด ก็ต้องพึ่งอู่หรือผู้ชำนาญ

ข้อระวังในการแก้ไขปัญหา
1. ไมควรสัมผัสสายไฟใดๆ  ขณะสต๊าทเครื่องยนต์ เพราะไฟฟ้าแรงสูงจากระบบ

2.จอดรถซ่อมในที่ปลอดภัย ให้สัญญาณรถอื่นๆว่า เราจอดเสียอยู่

3.ขณะเปิดประตูรถต้องแน่ใจว่าไม่อยู่ในจุดที่ น้ำสูงมากนัก เพราะมันจะไหลผ่านประตูไปในห้องโดยสารได้ง่าย

4.หลังเครื่องติดได้แล้ว ออกรถให้ทดสอบเบรก โดยระมัดระวังเพราะเบรกชื้นเพราะน้ำ รถจะเบรกไม่อยู่ต้องเหยียบโดยการ เลียเบรกไปสักพัก

5.น้ำยาไล่ความชื้น มันคือสเปรย์ เอนกประสงค์ (คนล่ะตัวกับน้ำยากันน้ำ ที่ใช้ฉีดประเป๋าหรือรองเท้านะ) ยี่ห้อที่นิยมใช้กันมีมากมาย เช่น ยี่ห้อ 3M

 

 

อุปกรณ์ที่แนะนำติดรถเมื่อฝนตก
เมื่อเดินทางหน้าฝน  ควรตรวจตราดูให้พร้อมใช้งาน ไม่จำเป็นต้องหาเพิ่มเติม น้ำยาไล่ความชื้น 1 กระป๋อง ผ้าแห้ง รองเท้าแตะ เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

น้ำยาเอนกประสงค์