ส่องวิสัยทัศน์รถเกาหลี วัดอนาคต”ฮุนได”ไทยแลนด์

“ฮุนได”รถยนต์นำเข้าจากเกาหลี แม้จะมีรถยนต์จำหน่ายหลักเพียง”รถตู้”แต่ฮุนไดก็สร้างความเชื่อมันในฐานะ”รถตู้คุณภาพ” ที่มียอดขายเคยแซงหน้าเจ้าตลาดอย่างโตโยต้า อย่างไรก็ตามฮุนไดทำตลาดได้เพียงรถยนต์เอ็มพีวี เพราะเสียเปรียบในเรื่องต้นทุนหากนำรถเก๋งมาทำตลาดทำให้ต้องเสียภาษีสูงและไม่มีศักยภาพเหมือนในตลาดโลกฮุนไดไม่สามารถแข่งขันได้ในไทย ดังนั้นจำเป็นต้องทำแผนสู่การปรับตัวและแข่งขันได้ในอนาคต

โซน่าต้า เอ็นไลน์ใหม่

“การที่เราจะแนะนำรถเก๋งอีกครั้ง ต้องทำการวางแผนอย่างระมัดระวังเพราะผู้บริโภครถคนไทยเป็นผู้บริโภคที่มีความต้องการสูงและยังยึดอยู่กับแบรนด์ญี่ปุ่นในขณะที่เราเป็นแบรนด์เกาหลีแม้จะได้รับการยอมรับทั่วโลกแต่ก้าวต่อไปและไปต่อของเราควรจะระมัดระวัง”แหล่งข่าวระบุ

กลุ่มรถพีพีวี รถเอนกประสงค์เพียงโมเดล เดียวที่ทำยอดขายให้ฮุนได ไทยแลนด์

ในไทยฮุนไดมี รถยนต์ไฟฟ้าขาย(ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นซับแบรนด์ ชื่อIONIQ) ถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ทำได้ แต่ยังเป็นตลาดใหม่ ในขณะที่รถนั่งที่อยู่ในแผนอีกเวอร์ชั่นคือ ฮุนได “N แบรนด์”
“เราคิดว่าสมควรจะเปลี่ยนแปลงการรับรู้ภาพของฮุนไดในความทรงจำของลูกค้าคนไทย สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นความใหม่แต่ราคาสูง ส่วน Nแบรนด์จะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า”แหล่าวข่างระบุ

แบนด์ N รถที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง

แผนซีเคดี 15ล้านเหรียญยังอยู่บนกระดาษ
การจะทำให้ต้นทุนต่ำมีภาระภาษีน้อยแข่งขันได้มีทางเดียวคือ”การประกอบในประเทศ แหล่งข่าวระบุว่าฮุนไดในไทย ทำแผนการปรกอบ รถยนต์เก๋งซีเคดี(ประกอบในประเทศ)เพื่อให้สามารถแข่งขันในเรื่องต้นทุนได้ คิดว่า 1-2 ปีนี้น่าจะเห็นการสรุปโดยตามแผนการประกอบรถจะใช้เงินลงทุนราว 15 ล้านดอลล่าห์ แนวทางอีกแนวทางหนึ่งคือ การศึกษาการประกอบโปรดักซ์เช็คเมนท์ใหม่ที่ฮุนไดไม่เคยทำมาก่อนนั่นคือ รถกระบะ 1ตัน ซึ่งประเทศไทยเป็นฮับการผลิตกระบะของโลกมีซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง
แหล่งข่าวระบุว่าเป็นไปได้ที่หากฮุนไดมอเตอร์ไม่ลงเงิน ผู้แทนจำหน่ายในไทยอาจจะลงมือทำเองได้ทั้งนี้ตามเดิมฮุนไดไทยแลนด์มีแผน 4 ปีจะเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นและใน5ปีจะมีโชว์รูมเพิ่มขึ้นเท่าตัวและมีเป้าหมายการเพิ่มยอดขายรถ 1เท่าตัวแบรนด์เอ็นเผชิญดควิด-19 แท้งหรือไม่แท้ง
แบรนด์”N”จากค่ายฮุนไดคือ แบรนด์ มอเตอร์​สปอร์ต ระดับโลกที่ฮุนไดเกาหลีทุ่มสร้างการรับรู้ในเรื่องกีฬาความเร็ว พร้อมกับการผลิตรถสมถรรนะสูงเข้าป้อนตลาดด้วย

กระบะ แผนการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตพวงมาลัยขวาเพื่อส่งออกยังคงอยู่ในการศึกษา

ในวงการมอเตอร์ สปอร์ตโลกมีรถยนต์ฮุนไดลงไปแข่งขันด้วยและมีสัญลักษณ์ของรุ่นที่มีอักษร N แนบมาด้วยทุกครั้ง
ผู้บริหารของฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่าฮุนไดกำลังศึกษาที่จะแนะนำรถยนต์แบรนด์ N เข้ามาจำหน่ายในไทย
“เราอย่ากจะจำหน่ายแบรนด์ N แต่ต้องใช้เวลาในการศึกษาเพราะการจะทดลองใดๆ เป็นความเสี่ยงที่แพง ที่ผ่านมาฮุนได ทำตลาดเก๋ง แต่ยังไม่สำเร็จเท่าที่ควรอย่างไรก็ตามอยากให้
คนใช้รถคิดถึงฮุนได ในอีกมุมที่แตกต่างไม่ใช่คิดถึงแต่รถเอ็มพีวี หรือรถคอมเมอร์เชี่ยล” ในขณะที่ตามแผนจะมีโอกาสได้เห็นในเมืองไทยในฐานะรถรุ่นพิเศษอย่างไรก็ตามผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้แผนดังกล่าวถูกเลื่อนไป

แบรนด์ N (Hyundai N)
แบรนด์Nอยู่ในฐานะซับแบรนด์โดยเป็นแบรนด์ย่อยสำหรับสินค้า Hyundai Motorsport และรถสมรรถนสูงของฮุนได มอเตอร์ เช่นเดียวกับ บีเอ็มดับเบิลยูใช้ M- Sportเป็นซัพแบรนด์ของBMWหรือโตโยต้าใช้ TRDเป็นซับแบรนด์ของตัวเองสำหรับค่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีAMG เป็นเหมือนซับแบรนด์เช่นกัน แบรนด์N ใช้สีฟ้าเป็น CI รถยนต์ที่มีโลโก้ ‘N’ ใส่ไว้ครั้งแรกครั้งแรกในรถยนต์ WRC ของฮุนได มอเตอร์สปอร์ต
‘N’ มาจากการหยิบเอาอักษร ต้นของชื่อ 2 ส่วนมาร่วมกันได้แก่ นัมยาง( Namyang) ซึ่งเป็นชื่อและที่ตั้งของศูนย์ วิจัยและพัฒนา(R&D)ของฮุนไดในประเทศเกาหลี ศูนย์นี้เป็นแหล่งสำคัญในการออกแบบรถรุ่นใหม่ๆโดยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2538หรือราว24ปีมาแล้วอักษร N ตัวที่2 เป็นชื่อสนามนูเบิร์กกริง (Nürburgring) ซึ่งฮุนไดได้ตั้งศูนย์ทดสอบของ ฮุนได มอเตอร์​ สปอร์ตใกล้ๆกับสนามแห่งนี้สนามนูเบิร์กกริงนั้นอยู่ในเยอรมันเป็นสนามแข่งรถที่มีความยาวและความยากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกสนามแห่งนี้ถือเป็นเวทีประลองสถิติต่างๆ ของวงการยานยนต์โลกโดยแต่ละค่ายรถยนต์พยายามจะทำลายสถิติต่างๆ
สำหรับศูนย์ทดสอบของฮุนไดมอเตอร์ ที่ยุโรป มีพื้นที่ 3,600 ตารางเมตรเทคโนโลยีรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงของฮนไดแบรนด์ N ได้รับการยกย่องใน Nürburgring Nordschleife โดยรถยนต์แต่ละคันที่เข้าร่วมในการทดสอบ ความทนทานของฮุนได มอเตอร์ นั้นสามารถวิ่งได้ 420 – 480 รอบ ทั้งในสภาพ แห้งและเปียกซึ่งสนามแข่งรถ นูเบิรฺกกริง ที่มีความยาว 20.8 กิโลเมตรมีโค้ง 77 โค้งและมีอายุเก่าแก่กว่า 90 ปี ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามที่โหด และท้าทายสนามหนึ่งของโลก
“อัลเบิร์ต ไบร์มันน์” เขาคือผู้นำในการพัฒนารถยนต์ Hyundai N ในฐานะรองประธานบริหารฝ่ายการพัฒนาและทดสอบ ไบร์มันน์ นำความรู้และประสบการณ์ของเขาในการผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงเพื่อเป็นหัวหอกในการพัฒนาแบรนด์ Hyundai Nการผลิตรถยนต์ประสิทธิภาพสูงรุ่นแรกของ Hyundai N คือ i30 N เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพร้อมกับรุ่นที่จะเปิดตัวอีกสองรุ่นได้แก่ I30 Fastback N และ i30 N Line I30 N: วัดความจัดจ้านเป็น BPM ไม่ใช่ RPM ฮุนไดมอเตอร์ได้เลือกที่จะเน้นความพึงพอใจในการขับขี่ และผลทางอารมณ์ ต่อการเต้นของหัวใจของผู้ขับขี่ (BPM)แทนที่จะวัดเพียงรอบต่อนาที (RPM) เมื่อผู้ขับกดคันเร่งะเพิ่มแรงบิดและอัตราเร่ง i30 N เป็นรถที่แสดงให้เห็นสมรรถนะของรถในฐานะของRace Track ที่สามารถ ใช้เป็นรถสปอร์ตในชีวิตประจำวัน ที่เหมาะสำหรับการเดินทางไปกลับเมืองหรือการแข่งขันในวันหยุดสุดสัปดาห์ i30 N มีโหมดการขับ 5 โหมด คือ Eco, Normal, Sport, N และ N Customซึ่งสามารถเลือกได้โดยใช้ปุ่มบนพวงมาลัย
i30 Fastback N” ซึ่งเป็นรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “N” ที่เน้นในเรื่องสมรรถนะสูง และสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มาใช้เป็นรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการในทุกการแข่งขันWorldSBK 2019 ทั้งนี้ฮุนไดต้องการเผยแพร่แบรนด์ “N” ซึ่งเป็นแบรนด์มอเตอร์สปอร์ตของฮุนได ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการมอเตอร์สปอร์ต และการแข่งขันรายการระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับและได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก เพื่อสื่อให้เห็นว่ารถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ “N” เป็นรถที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูง ขับสนุกสามารถใช้ได้ทั้งในสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน