สองล้อฮอนด้า เล็งเปิดตัว 19 รุ่นใหม่ใน3 ปีลั่นพร้อมขายสองล้อไฟฟ้า

Banner_970x250

เอ.พี. ฮอนด้า เปิดเกมบุกวางกลยุทธ์พลิกวงการรถจักรยานยนต์ไทยสู่ยุคดิจิตอล เผย 3 กลยุทธ์เด็ดมัดใจผู้บริโภคคนไทย
       เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทยเป็นปีที่ 28 ติดต่อกันด้วยยอดจำหน่าย 1.37 ล้านคัน จากตลาดรวมทั้งสิ้น 1.74 ล้านคัน วางเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์หลักที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ของรถจักรยานยนต์ ด้วยการนำเสนอโมเดลใหม่ถึง 19 รุ่นภายใน 3 ปีข้างหน้า และตั้งเป้าวางจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมส่งมอบประสบการณ์ การขับขี่หลากหลายในแบบฉบับของฮอนด้าเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป

Banner_970x250

   นอกจากนี้ฮอนด้ายังมุ่งแบ่งปันความสุขสู่สังคม โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอันเป็นแกนหลัก พร้อมผนึกกำลังดำเนินกับเครื่อข่ายผู้จำหน่ายฯ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่สังคมปรารถนาให้ดำรงอยู่อย่างแท้จริง วางเป้าการจำหน่ายปี 2017 ไว้ที่ 1.38 ล้านคัน จากตลาดรวม 1.75 ล้านคัน ประเดิมเปิดศักราชด้วยการเปิดตัว รถรุ่นแรก Honda Rebel 300 รถคัสต้อมบ็อบเบอร์ โดดเด่นสะดุดตาด้วยโครงสร้างแบบ มินิมอล

คาดตลาดสองล้อไทยปี17 ยอด 1.75 ล้าน

     สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2017 คาดการณ์ว่าตลาดรถจักรยานยนต์เติบโตรวมจะมีปริมาณ 1.75 ล้านคัน โดยฮอนด้าตั้งเป้าหมายการจำหน่านที่ 1.38 ล้านคัน ในส่วนของตลาดรถบิ๊กไบค์น่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องคาดการณ์ที่ 27,000 คัน โดยฮอนด้าตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10,800 คัน 

ตลาดปี59ปิดยอด 1.74 ล้านคัน                 

 นายโยอิจิ มิซึทานิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยเปิดเผยว่า ในปี 2016 ที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยได้เริ่มมีสัญญาณเติบโตที่ดีขึ้นหลังจากตกติดต่อกันมาเป็นเวลา 3 ปี โดยมีปริมาณตลาดรวม 1.74 ล้านคัน เติบโตเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า                        สำหรับฮอนด้ามียอดการจำหน่าย 1.37 ล้านคัน เติบโตขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านม่า ในส่วนของตลาดรถ Big Bike เรามียอดจำหน่าย 9,000 คัน จากตลาดรวม 23,000 คัน ซึ่งทำให้ฮอนด้าเป็นอันดับ 1 ในรถทุกประเภท และเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ติดต่อกันถึง 28 ปีติดต่อกัน

ประกาศแผน3 ปี ดัน3 กลยุทธ์ทำตลาด    

ความเป็นผู้นำตลาดยิ่งถือเป็นแรงผลักดันให้ฮอนด้าก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง เราคำนึงถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิตอลที่ทุกผลิตภัณฑ์สามารถเชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ต และนำเราไปสู่สิ่งที่เราคาดไม่ถึงมากมาย ส่งผลให้วิถึการดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รวมถึงความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการสิ่งที่ดีขึ้นและแสดงความเป็นตัวตนมากขึ้น จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นฮอนด้าได้วางแผนการดำเนินงานในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 2017 – 2019) มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนด้วยการสร้างสรรค์และแบ่งปัน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก

ยกระดับสินค้า

     กลยุทธ์ที่หนึ่ง คือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ของรถจักรยานยนต์ นำเทคโนโลยีที่ยกระดับความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ สะดวกสบายต่อผู้ใช้มาบรรจุในรถจักรยานยนต์ อาทิเช่น ไฟหน้า LED, Smart Technology, AC Socket มาสู่รถทุกรุ่น ตลอดจนนำเสนอสินค้าคุณค่าใหม่ที่ไม่เพียงมอบความสุขในการขับขี่ แต่ยังมอบความภาคภูมิใจในการครอบครอง รวมไปถึงนำเสนอรถสำหรับอนาคตโดยเตรียมวางจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถตอบสนองการใช้งานในประเทศไทยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ฮอนด้าตั้งเป้าวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ 19 รุ่นภายใน 3 ปีต่อจากนี้

ตอบรับยุคดิจิตัล

กลยุทธ์ที่สอง คือการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายในแบบฉบับของฮอนด้า (Honda Experiences) เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ในยุคดิจิตัล ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงการบริการและเครื่องมือส่งเสริมการขายต่างๆภายใน ฮอนด้า วิง เซ็นเตอร์ ให้ตอบรับยุคดิจิตอลมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่สะดวกกว่า เร็วกว่า มั่นใจกว่า ให้แก่ผู้บริโภค นอกจากนั้นเรายังมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายใหม่เพื่อส่งเสริมไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่แตกต่าง เริ่มจากการขยายสาขา Honda BigWing เพิ่มอีก 5 แห่ง รวมเป็น 24 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2017 รวมไปถึงมอบประสบการณ์การขับขี่เพื่อให้ผู้ใช้ได้เพิ่มความรู้และทักษะความปลอดภัยในการขับขี่กับ Honda Safety Riding Park และสร้างMotorsport Experience ของฮอนด้า ที่สร้างนักแข่งและทีมช่างไทยสู่การแข่งขันระดับโลก โดยปี 2017 นี้วางเป้าหมายสำหรับทีม เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในการคว้าแชมป์รายการแข่งขัน Asia Road Racing Championship

แบ่งปัญความสุข

และกลยุทธ์สุดท้าย คือการแบ่งปันความสุขสู่สังคม ฮอนด้าได้ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจมาตลอด และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุในประเทศไทย ฮอนด้าได้ริเริ่มโครงการสำรวจอุบัติเหตุเชิงลึก เป็นจำนวน 1,000 เคส ในระยะเวลา 4 ปี เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และหลักสูตรการฝึกอบรมต่อไป สำหรับด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาเราได้ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ Green Dealer ซึ่งปีนี้เราตั้งเป้ายกระดับให้ลูกค้าได้รับรู้และเชิญชวนเข้าร่วมโครงการบริหารจัดการของเสียที่ Honda Wing Center ให้เพิ่มขึ้น

 

  พร้อมกันนี้ เอ.พี. ฮอนด้า ยังได้เปิดตัว Honda Rebel 300 รถคัสต้อมบ็อบเบอร์ดีไซน์ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Express Yourself เป็นตัวเอง…ให้ที่สุด” ดีไซน์โดดเด่นสะดุดตาด้วยโครงสร้างแบบมินิมอลโชว์ให้เห็นความดุดัน ขับขี่สบายด้วยเครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI ขนาด 300ซีซี เตรียมวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศด้วยราคาแนะนำโดยประมาณที่ 145,000 บาท