มิชลิน เปิดตลาดยังเอสยูวี ส่ง แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ใหม่ทำตลาด

‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซพร้อมเปิดตัวลงเขย่าตลาดยางรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อและยางรถกระบะยกสูงด้วยจุดเด่น “สมรรถนะสำหรับทางเรียบและทางลุยในหนึ่งเดียว”

มิชลิน เปิดตัว ‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ (MICHELIN LTX FORCE) ยางรุ่นล่าสุดสำหรับรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และกระบะยกสูงตอบสนองทุกความต้องการใช้งานของผู้ขับขี่ด้วยการผสานคุณสมบัติและสมรรถนะของยางทางเรียบและยางออฟโรดเข้าด้วยกัน  มาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรดเพื่อการใช้งานในทุกสภาพการขับขี่ สอดคล้องกับสโลแกน “ยางหนึ่งเดียว…พร้อมไปกับคุณทั้งทางเรียบทางลุย” (Whatever The Terrain, One Tyre Handles It.)

นายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถปิคอัพ เปิดเผยว่า ตลาดยางรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วโลกมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการขยายตัวดังกล่าวสูงกว่าตลาดยางรถยนต์นั่ง และมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่องอีก 5 ปี  กลุ่มเป้าหมายของยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ คือผู้ขับขี่ที่ใช้ชีวิตประจำวัน หรือเดินทางท่องเที่ยวมีกิจกรรมที่อาจจำเป็นต้องขับขี่ทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด จึงมองหายางซึ่งมีสมรรถนะที่ดีที่สุดสำหรับเส้นทางทั้งสองแบบ  การเปิดตัวยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินในการพัฒนายางที่ผสานหลากหลายคุณสมบัติและสมรรถนะที่โดดเด่นเข้าไว้ในหนึ่งเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า แต่ยังเป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางรถยนต์เอาไว้ได้

ยาง ‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ เหมาะสำหรับใช้งานในทุกสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต เส้นทางธรรมชาติ ถนนลูกรัง พื้นทราย และเส้นทางที่เป็นดินโคลนเปียกแฉะ โดยผสานคุณสมบัติของยางทางเรียบเข้ากับความแข็งแกร่งของยางออฟโรด
คุณสมบัติเด่นของยางทางเรียบ โดยมีเทคโนโลยี 3 เทคโนโลยีที่เป็นจุดเด่น คือ 
1.  เทคโนโลยี CompacTread  ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างมั่นคงด้วยการเสริมแถบเนื้อยางระหว่างบล็อกดอกยางเพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางกับผิวถนน ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการเบรกและเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น
2. เทคโนโลยี
BevelTread การออกแบบขอบลายดอกยางแบบหลบมุม ช่วยตัดและกระจายความถี่ของเสียงรบกวน ส่งผลให้การขับขี่เงียบยิ่งขึ้น และ
3. เทคโนโลยี CushionGuard การออกแบบชั้น เนื้อยางใต้ฐานดอกยางให้มีความหนาเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทกจากการขับขี่ ส่งผลให้มีความนุ่มสบายตลอดการขับขี่
ในขณะที่ความแข็งแกร่งแบบยางออฟโรดเกิดจากการออกแบบขอบดอกยางบริเวณแก้มยางแบบ Biting Edge ช่วยลดความเสียหายจากการบาดตำด้านข้างและเพิ่มแรงจิกตะกุย รวมทั้งการออกแบบร่องไหล่ยางแบบเปิดและลึก เพื่อเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะให้เป็นไปอย่างดีเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

      “เทคโนโลยีเพื่อการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดและสูตรเนื้อยางของยาง มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ ได้รับการถ่ายทอดมาจากเทคโนโลยียางที่ใช้ในการแข่งขันแรลลี่ชิงแชมป์โลก หรือ ‘เวิลด์ แรลลี่ แชมเปี้ยนชิพ’ รายการแข่งรถที่ทรหดที่สุดรายการหนึ่งของโลก ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิชลินในการนำเทคโนโลยียางรถจากสนามแข่งมาสู่การใช้งานบนท้องถนน  ขณะเดียวกัน เทคโนโลยียางทางเรียบยังช่วยเสริมให้ยางรุ่นนี้มีสมรรถนะในการเบรกที่สั้นกว่า 0.8 เมตร และมีอายุใช้งานที่ยาวนานขึ้นถึงร้อยละ 22 มื่อเทียบกับยางรุ่นก่อน” นายเอกชัย กล่าว

‘มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ จะวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 2560 เป็นต้นไป ณ เครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ‘ไทร์พลัส’ และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ  โดยมียางเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 และ 18 นิ้วให้เลือกรวมทั้งสิ้น 10 ขนาด ครอบคลุมการใช้งานร่วมกับรถยนต์หลายรุ่น สนนราคาอยู่ระหว่าง 4,350 – 7,990  บาทต่อเส้น

ทั้งนี้ มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’  ถือเป็นยากซีรี่ส์ใหม่ ในประเทศไทยที่เน้นทำตลาดรถเอนกประสงค์และปิคอัพยกสูง ปิคอัพ ขับ4ล้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ ตลาดดังกล่าวของมิชลิน จะเน้นแบรนด์ บีเอฟ กู๊ดริช ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือทำตลาด

มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ เป็นยากในไลน์อัพเดียวกับ บีเอฟฯแต่มีความต่างที่การวางตำแหน่งในตลาด โดยแยกด้วย แบรนด์ และราคา เรียกว่า มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ คือ ยางพรีเมี่นกลุ่มเอ/ที ที่เติมความสวยงาม ความนุ่มนวลของยางเพิ่มไปในงานออฟโรด อย่างไรก็ตามแม่จะว่างตลาดพรีเมี่ยม แต่ ราคาของ มิชลิน แอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ’ ในขนาดยางเท่ากับ   บีเอฟ ฯ  ราคาของมิชลิน จะต่ำกว่าเล็กน้อย

[fblike]