มาสด้า 3 ใหม่เจน7อัพเกรดสู่พรีเมี่ยมคาร์

มาสด้า ประเทศไทย เปิดตัวมาสด้า 3 ใหม่(ALL-NEW MAZDA3) อย่างเป็นทางการเข้า ปรับคอนเซ็ปสู่เก๋งญี่ป่นยุคใหม่ คณภาพพรีเมี่ยม ดีไซด์สวยเสมือนงานศิลปะ 

กรุงเทพฯ – 18 ก.ย. 62 –มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยเปิดตัวมาสด้า3 อย่างเป็นทางการเน้นจุดขายเทคโนโลยีและดีไซด์ใหม่หมดภายใต้แนวคิด“A New Era Begins”รถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดมาสด้า 3 มีให้เลือก 2 แบบตัวถังคือซีดาน 4 ประตูและ และฟาสท์แบค 5 ประตูโดยแต่ละตัวถังมีราคาเท่ากันไม่ว่าแบบใดราคาจำหน่าย เริ่มต้น 969,000 บาทตัวเลือกของมาสด้า มีให้เลือก เครื่องยนต์เดียวคือ 2.0 ลิตรเบนซินในขณะทีเกรดรถมีให้เลือกตัวถังล่ะ 3 เกรดคือซี เป็นเกรดต่ำสุด รุ่น S เป็นเกรดกลางและรุ่น SP เป็นทอปโมเดลโดยมี

ราคาจำหน่าย ดังนี้

  • ALL-NEW MAZDA3 รุ่น C             ราคา  969,000  บาท
  • ALL-NEW MAZDA3 รุ่น  S            ราคา  1,069,000 บาท
  • ALL-NEW MAZDA3 รุ่น SP          ราคา 1,198,000 บาท

รูปแบบภายนอก 

มาสด้า3 ได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งคัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More”เน้นความเรียบง่ายแต่สวยงามโดยยึดหลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง นำเอาท่วงท่าการเดินที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา เกิดเป็นรถยนต์ที่สามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ทำงานผสานกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plusที่ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ยกระดับสู่พรีเมี่ยมเกรด

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยจำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้าจากญี่ปุ่นกล่าวว่า การเปิดตัว MAZDA3 ไม่ใช่เพียงแค่การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้น”ยานยนต์เจเนอเรชั่นใหม่”ของมาสด้าอย่างเป็นทางการด้วย

หลังจากที่มาสด้าได้เตรียมวางกลยุทธ์การตลาด และดำเนินการไปพร้อมๆ กันในทุกมิติ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ในทุกองค์ประกอบ ทั้งภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูม และมอบนโยบายการให้บริการ การวางรูปแบบการสื่อสารใหม่ในช่องทางต่างๆ เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังทยอยลงสู่ตลาด เพื่อก้าวสู่ความเป็น “มาสด้า พรีเมียม” ที่ลูกค้าจะสามารถสัมผัสถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ อันเกิดจากความงดงามของการออกแบบที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นด้วยความประณีตพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด คัดสรรเฉพาะวัสดุเกรดคุณภาพ พร้อมสมรรถนะการขับขี่เพื่อส่งมอบความเพลิดเพลินและเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ และสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน

“เรามุ่งมั่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้โดยใช้หลักปรัชญาให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางในการปรับปรุงทุกๆ ด้าน ได้แก่ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ ลดเสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือน ลดความกระด้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกถึงคุณภาพอันประณีต”นายชาญชัยกล่าว

ยกระดับซีเช็คเมนท์ญี่ปุ่น

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การส่ง ALL-NEW MAZDA3ลงสู่ตลาด ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของมาสด้า ประเทศไทย และทั่วโลก เพื่อยกระดับตลาด C-Segmentด้วยเทคโนโลยียานยนต์ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นในทุกองค์ประกอบ โดยให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ใช้ถนน

ALL-NEW MAZDA3มาพร้อมแนวคิด “A New Era Begins”สามารถตอบโจทย์ทั้งคนโสดที่อยู่ในวัยทำงาน หรือเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัว มุ่งมั่นแสวงหาความสำเร็จให้กับชีวิต และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและครอบครัว การออกแบบ KODO designถูกพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น โดยยึดหลัก “Less is More” เน้นความเรียบง่ายทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน โดดเด่นสะดุดตาด้วยแสงและเงาจากธรรมชาติที่ตกกระทบบนตัวรถ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้ง ซีดาน 4 ประตู ที่เน้นความเรียบหรูใส่ใจในทุกรายละเอียด ดูมีเสน่ห์ น่าค้นหา ตอบโจทย์ลูกค้าชื่นชอบความหรูหรา ส่วนฟาสท์แบค 5 ประตู โดดเด่นด้วยความสปอร์ต เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยขุมพลัง แม้จะใช้ชื่อรุ่นเดียวกัน แต่คอนเซ็ปต์การออกแบบ และรูปลักษณ์ที่แสดงออกมาแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เป้าหมายของวิวัฒนาการใหม่ของ KODOdesignคือ การแสดงออกถึงรูปแบบใหม่ของความสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่นALL-NEW MAZDA3เป็นรูปแบบของกระบวนการผลิตครั้งแรกที่นำการออกแบบ KODO design มาผสานกับ“การเคลื่อนไหวที่เป็นหนึ่งเดียว” เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายที่สุดในทุกองค์ประกอบ ทิศทางของแสงและเงาสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา แสงที่สะท้อนไปบนตัวรถทำให้เกิดการแสดงออกที่มีนัยสำคัญและน่าทึ่งเกินกว่าการออกแบบในรุ่นก่อนหน้า เป้าหมายอีกประการหนึ่งในการออกแบบ คือ การออกแบบรุ่นฟาสท์แบคให้อารมณ์มากกว่าเดิม ในขณะที่รุ่นซีดานมีเป้าหมายที่จะนำเสนอภาพลักษณ์ที่หรูหรามากขึ้น

เครื่องยนต์เบนซินSKYACTIV-G

เครื่องยนต์สกายแอคทีฟได้รับการพัฒนาก้าวขึ้นไปอีกระดับ สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-Gขนาด 2.0ลิตร ถูกพัฒนาให้สมรรถนะความแรง และประหยัดน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยีที่ฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ผนวกกับหัวฉีดดีไซน์ใหม่ ส่งผลให้มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง แรงบิดเพิ่มขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.9กิโลเมตรต่อลิตร*

เทคโนโลยีใหม่ของการขับขี่โดยใช้ปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง ALL-NEW MAZDA3มาพร้อมแพลตฟอร์ม     เจเนอเรชั่นใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTUREที่ได้รับการพัฒนาจากท่วงท่าการเดินของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล ต่อยอดไปสู่การพัฒนาตัวรถในหลายจุด เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทำให้การควบคุมการขับขี่ทำได้ง่ายและเป็นธรรมชาติเสมือนการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยพัฒนาตั้งแต่ยางรถยนต์ที่ซับแรงกระแทกจากพื้นถนน ขึ้นมาสู่ระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถตอบสนองต่อแรงกระทำจากพื้นถนนได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระจายแรงออกไปสู่โครงสร้างตัวถังอย่างมีประสิทธิภาพ และต่อเนื่องไปถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเบาะนั่งที่ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อรักษาความสมดุลให้ใกล้เคียงกับท่วงท่าการเดินของมนุษย์ และช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่

ก้าวสู่ระบบควบคุมGVC Plus

ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถรับรู้ถึงความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus)โดยระบบจะปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้งและออกจากโค้งได้นุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร

ห้องโดยสารหรูหราด้วยวัสดุเกรดพรีเมียมครบครันทุกฟังก์ชั่นการใช้งานภายในห้องโดยสารเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดในทุกรายละเอียดโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเบาะดีไซน์ใหม่ที่โอบกระชับ รองรับสรีระช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัวSเหมือนขณะเดิน เพื่อให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและสมดุล ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่ สะดวกยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCDหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน การเชื่อมต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connectที่มาพร้อม Apple CarPlayโดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสีCenter Displayแบบ Widescreen ขนาด 8.8นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commanderโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สัมผัสกับห้องโดยสารที่เงียบขึ้น และระบบเสียงคุณภาพ Bose®รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

อัพเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่

มาสด้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSEสำหรับ ALL-NEW MAZDA3ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขีดความสามารถอย่างจริงจัง โดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุประกอบด้วย

  • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้าCTS (Cruising & Traffic Support) ที่สามารถควบคุมความเร็วของรถ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advanceหรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support)ที่สามารถตรวจจับรถคันหน้า จักรยาน รวมถึงคนเดินถนน
  • ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Reverse Crossing)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลังRCTA(Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)ที่สามารถตรวจจับวัตถุในวงกว้างและสูงขึ้น ด้วยจำนวนเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะALH (Adaptive LED Headlamps)ที่ได้รับการพัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM(Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360°View Monitor)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System)
  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS(Lane Departure Warning System)
  • ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ DAA(Driver Attention Alert)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC(Mazda Radar Cruise Control)
  • และปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

ตัวเลือก 7 สี

มาสด้านำเสนอตัวเลือก 7สี ด้วยกันโดยมีสีใหม่คือ โพลีเมทัล เกรย์ ในขณะที่โพลีเมทัล เกรย์ จะทำการรับออเดอร์ผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ซึ่งเป็นการทดลองเทรนสีและพฤติกรรมของผู้ซื้อผ่านระบบออนไลน์ของการตลาดมาสด้าสำหรับสีมาสด้า3 ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
  • สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
  • สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช (Titanium Flash)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีเทาใหม่ โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)เฉพาะรุ่นฟาสท์แบค 5ประตู

เปิดตัวด้วยแคมเปญ ฟรีค่าแรง5 ปี 

ในช่วงแนะนำ มาสด้าได้จัดแคมเปญฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000กิโลเมตร*ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000กิโลเมตร**พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance โดย ฟรีค่าแรงการบำรุงรักษา5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000 – 100,000 กม ส่วนากร ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

คู่แข่งขัน

ในตลาดรถกลุ่มซี เช็คเมนท์ หรือรถเก๋งขนาดคอมแพคในขณะนี้ถือว่าตลาดมีความเข้มข้นมากแต่ยังเหลือผู้เล่นหลักในตลาดเพียง 3 เท่านั้นคือ โตโยต้า ฮอนด้า และมาสด้า โดยคู่แข่งของมาสด้า3ที่สำคัญได้แก่โตโยต้าอัลติส ซึ่งเปิดตัวสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ โดยอัลติสมีจุดเด่นใหม่คือเครื่องยนต์ไฮบริด และระบบช่วงล่างที่พัฒนาขึ้น ในขณะที่ฮอนด้า ออฟชั่นน้อยแต่ขายรูปทรงที่โดดเด่นส่วนมาสด้า 3 ขายความเป็นพรีเมี่ยม เทคโนโลยีการขับขี่ระดับคุณภาพ

 

SHARE