มาร์ช DIG-S อีโค คาร์ก็แรงได้

ข้ามแดนมาขับ มาร์ช DIG-Sรถเล็กที่บอกความจริงเราว่า อีโค คาร์ ก็แรงได้  รถซิตี้ คาร์ หรือรถเล็กๆ บ้านเราเรียก อีโค คาร์ สำหรับมาร์ชมาถึง เจน4 ของเค13  รูปทรงที่โดดเด่นและในแง่ของการพัฒนา ถือว่ามีความสมบูรณ์ในระบบทันสมัย บ้านเราขับมาร์ชกันมาพักหนึ่งแล้วแต่ มาร์ช ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยเทคโนโลยี อุปกรณ์ครบ รูปร่างหน้าตา มีเอกลักษณ์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังไม่เคยมาถึงเมืองไทยและนี่ถือการทดลองขับที่ แกรนด์ไดร์ฟ โยโกฮาม่า ญี่ปุ่น

รถเล็กๆ ของนิสสันมีหลายองค์ประกอบด้วยกัน ทำให้นิสสัน มาร์ช  มีบทบาทในการสร้างยอดขายให้นิสสันทั่วโลกมากว่า 30 ปี มาร์ชเป็นคำตอบของคนที่คาดหวังว่า ยนตกรรมยุคใหม่ จะให้ของใหม่ต่อผู้บริโภคในราคาสมเหตุสมผล

เป็นที่รู้กันว่านิสสันมีการขยายผลิตภัณฑ์เป็นทางเลือก มากมาย ในรูปแบบ ซีดานและนัน ซีดาน  นับจากมาร์ช  การเปลี่ยนแปลงที่มีลักษณะคล้ายกันนี้มีทั้งเครื่องยนต์และตัวถัง แน่นอนว่า เรากำลังจะพูดถึง  รถเล็กที่สุดของนิสสัน ในส่วนที่ต่างไปจากที่เห็นอยู่
มาร์ช  ปัจจุบันมีขายใน 56 ประเทศทั่วโลกส่วนแหลงการผลิตมีใน 4 ประเทศ คือ อินเดีย สำหรับส่งขายยุโรป ส่วนอีก3 แหล่งผลิตคือ ไทย แม็กซิโก และจีน

สำหรับมาร์ช DIG-S นำเอาระบบต่างๆ ที่ทันสมัยมาเพิ่มเช่นระบบจอสัมผัสใหม่บลูทูธ ที่เชื่อมการสื่อสารต่างๆ เข้าไว้ที่หน้าขอสัมผัส รองรับการนำแทปเลตไปเชื่อมกับรถด้วยและที่สำคัญคือการคงรูปแบบรถเล็กที่มีการออกแบบเฉพาะตัวไว้

ในขณะที่การพัฒนา โครงสร้างแบบน้ำหนักเบา (Light weight structure)และทำการการพัฒนาวัสดุใหม่เพื่อใช้ประกอบรถ และออกแบบรถให้มีประโยชน์ในการใช้งานอย่างสูงสุด โครงสร้างสมัยใหม่ ช่วยทำให้ สัดส่วนระหว่างน้ำหนักต่อแรงม้าลง น้ำหนักของรถยนต์ มีผลต่อ การประหยัดน้ำมัน และโครงสร้าง ความแข็งแรง  ความทนทาน และความปลอดภัยการออกแบบเครื่องยนต์ให้มีขนาดเล็ก ตามที่วิศวกรพยายามคิดค้นวัสดุใหม่ของโครงสร้างเครื่อง เพิ่มความลื่นของผิวโลหะภายในเครื่อง  ลดการสูญเสียพลังงานความร้อน จนสามารถวางเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กเพียง  1.2 ลิตรได้ ในขณะที่ รถให้การตอบสนองไม่ต่างไปจากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำให้รถยนต์ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น 4-5%

เทียบความฝีดภายในชิ้นส่วนเครื่องยนต์ของเครื่องมาร์ช 2 ระหัส
เทียบความฝีดภายในชิ้นส่วนเครื่องยนต์ของเครื่องมาร์ช 2 ระหัส

โครงสร้างแบบน้ำหนัก ที่สำคัญนี้ไม่ค่อยได้รับการพูดถึง ในบ้านเรา แต่ทุกครั้งที่ขับ  ผลงานการออกแบบของวิศวกรของนิสสันได้ ทำให้ การควบคุม รถ มีความ ว่องไว และแม่นยำ (วงเลี้ยวแคบ4.6เมตร ล้อ15นิ้ว ในไทยล้อ 14 นิ้ววงเลี้ยว 4.5เมตร ) มาร์ชนั้นพัฒนา  บนโครงสร้างที่เรียกว่า “วี แพลทฟอร์ม (V-platform )” ที่เน้นให้รถกระทัดรัด  ลดการสูญเสีย พื้นที่ด้านหลัง เพื่อให้มีพื้นที่เก็บของสูงสุด

มาร์ชพัฒนา ขุมพลังตัวหนึ่งที่วางอยู่ในรถที่เราทดสอบคันนี้คือ  เครื่องเบนซิน ซูเปอร์ชาร์จ (direct injection gasoline-supercharged (DIG-S))  เครื่องยนต์เบนซินที่มีประสิทธิภาพเครื่องหนึ่งของโลกสำหรับDiG หรือระบบเบนซิน ฉีดตรงบ้านเรา นิสสันวาง เบนซินฉีดตรงบล็อกใหญ่ในพัลซ่า เทอร์โบแล้วแต่บล็อกเล็กนี้ยังไม่มีขาย

แสดงการผลการพัฒนาการลดการสูญเปล่าของพลังงานในเครื่องยนต์
แสดงการผลการพัฒนาการลดการสูญเปล่าของพลังงานในเครื่องยนต์
เครื่องHR12DDR 1.2 ลิตร ให้กำลัง 98 แรงม้าซูเปอร์ชาร์จใหม่
เครื่องHR12DDR 1.2 ลิตร ให้กำลัง 98 แรงม้าซูเปอร์ชาร์จใหม่

ขุมพลัง ในมาร์ช DiG-S   พัฒนามาจากเครื่องยนต์ รหัส HR12DE 3 สูบ 1.2 ลิตร  โครงสร้างนั้นเป็นเครื่องยนต์เบนซิน  4 จังหวะแบบ Miller cycle จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดระบบไดเร็คอินเจคชั่น (DIG) พร้อมระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์

แสดงการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน  4 จังหวะแบบ Miller cycle
แสดงการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะแบบ Miller cycle

บล็อคใหญ่ในDIGของพัลซ่า แตกต่างกับ DIG-S    ในมาร์ชตรงที่การพัฒนาระบบอัดอากาศ มาร์ชเป็น ระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ ส่วนพัลซ่า เป็นระบบเทอร์โบ ชาร์จเจอร์

โดยมาร์ช DIG-S ใช้รหัสเครื่องว่า HR12DDR 1.2 ลิตร ให้กำลัง 98 แรงม้า (กำลังมากกว่า มาร์ช ในไทย 24 เปอร์เซ็นต์ มาร์ช ในไทย 79แรงม้า )ถูกนำไปติดตั้งในมาร์ช สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเข้มงวดในเรื่องของมลพิษจากไอเสีย อย่างมาก

ซูเปอร์ชาร์จ ของมาร์ช DIG-S นั้น นิสสันก็พัฒนาระบบทำงานแตกต่างไปจากซูเปอร์ชาร์จทั่วไป ซึ่งหลักการของซูเปอร์ชาร์จ ทั่วไปนั้น จะต้นกำลังสำหรับปั่นใบอัดอากาศ จากสายพานที่หน้าเครื่อง ดังนั้นเมื่อเราติดเครื่องยนต์ระบบจะเริ่มดันอากาศให้เคลื่อนที่เข้าไปรอร่วมในท่อร่วมไอดีทันที มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ตัวแปรคือรอบของเครื่องยนต์ แต่ระบบใหม่ ซูเปอร์ชาร์จ ในมาร์ช DIG-S พัฒนาระบบ คลัตช์ มาคั่นก่อนกลางไว้ทำให้อากาศไม่ได้อัดทันทีที่เครื่องยนต์ติด

ซูเปอร์ชาร์จเจอร์พัฒนาใหม่
ซูเปอร์ชาร์จเจอร์พัฒนาใหม่

ข้อดีคือ ขณะที่เครื่องยนต์เดินเบาหรือรอบต่ำ กรณีที่ไม่ต้องการใช้กำลัง ยังไม่มีโหลดซูเปอร์ชาร์จยังไม่ทำงาน เป็นการช่วยลดภาระของเครื่อง ทำให้ เกิดการประหยัด

ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ ตัวนี้ทำให้เครื่อง 1.2 ลิตรของมาร์ช  มีพลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และมีค่า CO2 เพียง 95 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน ของ European Drive Cycle

ผมลองขับมาร์ช ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ เกียร์ธรรมดา สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เสียงเครื่องเงียบ และเรียบมาก กำลังตีนต้นดี รอบเครื่องไหลเร็ว ทำให้การขับสนุกอย่างลืมตัวว่า นี่มันแค่ เค คาร์ของญี่ปุ่น  ความเร็วต้นและกลางราวกับ รถสปอร์ต ที่กดไม่ห่วงเรดไลน์ ระยะของเข็มวัดรอบกับเส้นทางไปถึงเรดไลน์ดูมันใกล้เหลือเกิน ความที่เป็นรถที่มีโครงสร้างการออกแบบด้วยวัสดุสมัยใหม่ น้ำหนักเบา ผสมกับเครื่องจัดจ้านตัวนี้ ถ้าเอามาร์ชไปแต่งตัวหล่อๆ ลงไปในสนามแข่งแทบจะไม่ต้องสงสัยว่า ขุมพลังน้อยๆ ตีนต้นมันน่าจะไล่เพื่อนในรุ่นสบายๆ สิ่งที่โดดเด่นคือ กำลังที่มาต่อเนื่อง  แม้ปลายจะไม่ทะลุทะลวงเหมือนเครื่องใหญ่ๆ  ความต่อเนื่องของเครื่องยนต์มีมาก ขับสนุกผิดหูผิดตา มีความต่างอย่างชัดเจนหากเทียบกับ ขุมพลังของมีนาในบ้านเรา  ซึ่งมีนาในรอบสูงๆ อาการเค้นและเต้นของเครื่องจะออกมาแสดงให้เห็นถึง สภาพที่เริ่มบอกคนขับว่า “กุเหนื่อย” ใหม่  มาร์ช ใหม่นี้     ไม่ได้เป็นเพียง ความสนุกสนานในการขับขี่เท่านั้นแต่คุณสมบัติ อื่นๆ ที่โดดเด่นของรถเล็ก ยังอยู่ครบ ไม่ว่า วงเลี้ยว ที่มีขนาดกะทัดรัด และง่ายต่อการแล้วการจอดรถ โดยรวมแล้ว DIG-S ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ขนาดเล็ก ที่ทันสมัยที่สุด ในตลาดเวลานี้ที่สำคัญ นี่อีโค คาร์นะแรงดีจริง

มีคำถามว่า เราจะเห็นมาร์ชแบบนี้ในไทยหรือไม่ จากความน่าจะเป็น DIG-S ถือเป็นเครื่องยนต์ที่รองรับอนาคตได้อีกหลายปี แม้มาร์ชจะเปลี่ยนเจนเนอเรชั่น ก็น่าจะยังคงอยู่ นั่นหมายความ โครงการของนิสสันที่ยิ่นเรื่องขอรับการส่งเสริม การผลิตรถยนต์อีโค คาร์ เฟส 2 ซึ่งจะต้องทำการผลิตภายในปี 2017 ประกอบกับมาตรฐานไอเสียของเมืองไทย ได้ปรับให้ มีบทบาทในการคำนวณและลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ตามโครงสร้างภาษีใหม่หมายความว่า มีปัจจัย  3 ปัจจัยที่นิสสันจะนำเอา DIG-S มาวางขายในไทยหรือไม่คือ 1.โมเดลใหม่สำหรับอีโค คาร์ เฟส 2   หมายถึง วางเครื่องใหม่ รองรับโครงการนี้ 2. เงื่อนไขภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะมีผลต่อ รถที่มลพิษต่ำ ภาษีต่ำ และ3.มาร์ช ตัวเดิมเริ่มต้องหาขายใหม่ๆ เข้ามาเสริมซึ่งเงื่อนไขนี้ อาจจะทำให้ มาร์ชยอมเปลี่ยนเครื่อง หรือเอาเครื่อง DIG-S  มาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ใช้เพิ่มขึ้น

สำหรับราคา มาร์ช ในไทย ที่เปิดขายอยู่ มี 4 รุ่น เกียร์อัตโนมัติ 2 รุ่น  คือ E CVT  ราคา 4.81แสน และ E CVT Smart Edition  ราคา4.84แสน ส่วนเกียร์ธรรมดา 2 รุ่น คือ S MT 3.88 Eแสน MT 4.47แสน

ส่วนใครที่เชื่อว่า อีโค คาร์ไม่แรงรอตามเวลาที่บอก จนกว่า มันจะมาแล้วจะได้พิสูจน์กัน[fblike]

 

 

 

 

SHARE