ฟูโซ่เดินแผนเต็มสูบปูทางรองรับเออีซี

เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ฟูโซ่เดินหน้ารุกตลาดรถบรรทุกเมืองไทยแบบเต็มสูบ ส่งรถรุ่นใหม่กวาดทุกกลุ่มหวังก้าวสู่แบรนด์ผู้นำ

 กลุ่มตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล สิงคโปร์ มั่นใจเศรษฐกิจไทย  วางหมากขยายฐานลูกค้าด้วยการปูพรมส่งรถรุ่นใหม่เติมเต็มตลาดแบบครบเครื่อง หลัง 8 เดือนที่ผ่านมา เติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ ล่าสุดนำรถบรรทุกรุ่นใหม่มาร่วมจัดแสดงภายในงาน “Thailand International TRUCK SHOW 2015 (TIT 2015) เพื่อหวังขยายการรับรู้ในแบรนด์และเพิ่มยอดขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

นายเกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา ฟูโซ่ ได้ผนึกพลังร่วมกับ เดมเลอร์ ทรัค เอเชีย เผยโฉมรถบรรทุกรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเมืองไทย ที่ดำเนินธุรกิจโดย ฟูโซ่ ทรัค (ประเทศไทย) สามารถสร้างอัตราเติบโตได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา สวนกระแสเศรษฐกิจ ที่เติบโตแบบชะลอตัวอยู่ ณ ปัจจุบัน และในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2558 ฟูโซ่มั่นใจว่าจะสามารถสร้างอัตราเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักมาจากการนำเสนอรถรุ่นใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มความต้องการ ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าของฟูโซ่ในประเทศไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

เปิดตัวรถเต็มไลน์
โดยเมื่อม.ค. 2558ที่ผ่านมา ฟูโซ่ ได้นำเสนอรถบรรทุกคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเปิดตัวรถ ผสมปูนรุ่น FJ 2528C  และต่อเนื่องมาด้วยการเปิดตัวรถบรรทุกขนาดกลาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมารวม 5 รุ่น ประกอบด้วย รถบรรทุกขนาดกลาง ที่มีให้เลือกตามการใช้งาน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น FI 1217C เหมาะสำหรับการบรรทุกหิน ดิน ทราย และรุ่น FI 1217R ที่เหมาะเพื่อการขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ รุ่น  FJ 1523C  รถโม่ผสมปูนขนาดความจุ 4 คิว รุ่น FJ 2528R ที่เหมาะเพื่อการขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ โดดเด่นกว่าด้วยความยาวพิเศษถึง 12 เมตร และรุ่น FZ 4928T รถบรรทุก 10 ล้อประเภทหัวลาก
“การเผยโฉมรถผสมปูนรุ่น FJ 2528C ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จแรกที่เราได้รับ เพราะสามารถกวาดส่วนแบ่งทางการตลาดได้สูงถึง 25% ในกลุ่มตลาดดังกล่าว และจากการเปิดตัวรถ 5 รุ่นล่าสุด แม้จะเป็นเวลาอันสั้นแต่เราก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยแบบดีเกินคาดเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เองล้วนเป็นแรงผลักดันให้ฟูโซ่ผนึกพลังแบบใกล้ชิดร่วมกับ MFTBC และ Daimler ในการเตรียมการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในช่วงสิ้นปีนี้ และพร้อมสร้างสีสันและความคึกคักต่อเนื่องในปีหน้าให้แก่ตลาดรถในกลุ่ม Heavy Duty ในเมืองไทย ซึ่งการรุกตลาดรถบรรทุกในครั้งนี้ของเรา จะทำให้เราก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้” นายเกลน ตัน กล่าว

คาดสิ้นปีตั้งตัวแทนครบ20ราย
การจะผลักดันให้ฟูโซ่ก้าวสู่ความเป็นผู้นำตลาดนั้น นอกจากบริษัท จะมีแผนการตลาดในเชิงรุกควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเมืองไทยให้ครบทุกจุด อาทิ มีความทนทาน คุ้มค่า ยืดหยุ่นในการใช้งาน และประหยัดเชื้อเพลิงแล้ว การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายรถบรรทุกฟูโซ่ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
“โดยฟูโซ่ตั้งเป้าที่จะขยายตัวแทนจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นเป็น 20 รายภายในสิ้นปี 2558 และวางแผนที่จะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศในอีกไม่กี่ปีนี้แน่นอน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น”

ด้านแผนการขยายการลงทุนในประเทศไทยนั้น นายเกลน ตัน กล่าวว่า   2 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังเพื่อพร้อมในการไลน์การผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงเพิ่มศักยภาพในการผลิตขึ้นเป็น 2 เท่าด้วย นอกจากนี้ ด้านกลยุทธ์การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ก็เป็นอีกปัจจัยที่กลุ่มตันจงให้ความสำคัญ โดยล่าสุด บริษัทได้มีการสร้างศูนย์ฝึกอบรมขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและตัวแทนจำหน่ายให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
นอกจากนี้ จุดแข็งอีกประการที่ทำให้ฟูโซ่พัฒนามาได้ไกลถึงจุดนี้ก็คือความร่วมมือที่ดีจากพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเดมเลอร์ ( Daimler) ที่พัฒนารถบรรทุกคุณภาพโดยนำเทคโนโลยีอันทันสมัยจากเยอรมันมาผสานกับมาตรฐานการผลิตของญี่ปุ่นอย่างลงตัวสู่ความเป็นฟูโซ่เพื่อนำเสนอรถบรรทุกคุณภาพสู่ตลาดเมืองไทย ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าความโดดเด่นดังกล่าวจะทำให้กลุ่มลูกค้ามั่นใจและเลือกใช้ฟูโซ่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ไทยประตูรับเออีซี
นายเกลน ตัน กล่าวถึง แนวโน้มของธุรกิจรถบรรทุก ไทยในยุคเออีซี  ว่า ไทยจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาค ฟูโซ่เล็งเห็นถึงศักยภาพในจุดนี้ จึงได้ขยายการลงทุนเพิ่มเพื่อรองรับการเติบโต เพราะเมื่อมีการทะลายกำแพงภาษี การขนส่งก็จะยิ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่ารถบรรทุกก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำพาสินค้าและบริการต่างๆ ไปยังจุดหมาย เมื่อถึงเวลานั้น การจ้างงานเพิ่ม การพัฒนาด้านการบริการ การนำเสนอสินค้าใหม่สู่ตลาดก็จะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และจะเป็นอีกหนึ่งเฟืองจักรที่จะนำพาธุรกิจไปสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด ดังนั้น การที่เข้าร่วมงาน “Thailand International TRUCK SHOW 2015 (TIT 2015) หรืองานมหกรรมรถบรรทุกนานาชาติ ประเทศไทย 2558”   ในครั้งนี้     จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยขยายการรับรู้ในแบรนด์ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจรถบรรทุกของอาเซียน

เดมเลอร์หนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์
นาย ฮันส์ ไลเดคเคอร์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการลูกค้าทั่วไปและลูกค้ารายใหญ่, เดมเลอร์ ทรัค เอเชีย เปิดเผยว่า ในการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 องค์กร ประกอบด้วย เดมเลอร์ ทรัค เอเชีย (Daimler Trucks Asia: DTA),  มิตซูบิชิ ฟูโซ่ ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Fuso Truck and Bus Cooperation: MFTBC) และ เดมเลอร์ อินเดีย คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ (Daimler India Commercial Vehicles: DICV) ทำให้เดมเลอร์มีความแข็งแกร่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพการแข่งขันในยุคเออีซี  ทั้งนี้ เดมเลอร์ ทรัค เอเชีย ได้ร่วมมือกับ MFTBC และ DICV ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การส่งออก การจัดซื้อ และการดำเนินงานวิจัยเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าและดีที่สุดแก่ลูกค้าทั้งยังเป็นหน่วย  ขับเคลื่อนศักยภาพของรถบรรทุกเดมเลอร์ในด้านหลักๆ 3 ประการ ประกอบด้วย
1.การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาระบบ Canter Eco Hybrid และ Canter,
2.การพัฒนาแพลตฟอร์มอัจฉริยะ อาทิ เครื่องยนต์ Heavy Duty   ที่ใช้สำหรับรถบรรทุกแบบ Heavy Duty ที่ได้รับความนิยมใน 3 ตลาดหลักของโลกคือ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป  และ 3.การเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก ซึ่งปัจจุบัน DTA ได้ขยายเครือข่ายครอบคลุมในกว่า 150 ตลาดหลักทั่วทุกมุมโลก สามารถสร้างยอดขายในส่วนตลาดส่งออก 80% และยังคงรักษาความแข็งแกร่งของโรงงานผลิต 15 แห่งทั่วโลก
โดยโรงงานหลักที่ผลิตในรูปแบบ CBU ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ญี่ปุ่นและอินเดีย และโรงงานที่ผลิตในรูปแบบ KDs ในโปรตุเกส, ตุรกี, รัสเซีย, เวเนซุเอลา และในอีกหลายพื้นที่ในแอฟริกาและเอเชีย ด้วยศักยภาพของฐานการผลิตในทั่วทุกมุมโลกทำให้  บริษัทสามารถเข้าถึงความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง และสามารถที่จะพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิภาค ทั้งนี้ DTA ตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยประมาณการยอดขายไว้ที่ 300,000 คันภายในปี 2563 ซึ่งมั่นใจเต็มที่ว่าสามารถทำได้ตามป้าหมายที่กำหนดไว้เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดรถบรรทุกในเมืองไทย[fblike]