กลับบ้านเราพักให้สบาย นายประโยชน์ กูรูยานยนต์ นักสู้แห่งลุ่มน้ำยม

Banner_970x250

ปิดตำนาน นักเขียน วิทยากรรับเชิญชื่อก้อง”นายประโยชน์”จากไปไม่หวนคืนตั้งแต่1ธ.ค.58 ทิ้งไว้แต่ เรื่องเล่าของผู้ใช้ชีวิตตามอุดมคติ นักสู้แห่งลุ่มน้ำยม -thaiautopress.comขอไว้อาลัยมาณ.ที่นี้”

Banner_970x250

“นายประโยชน์ ศรีรักษา “คือชื่อและสกุลที่ติดอยู่ในสูติบัตรที่ออกให้ที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร”นาล่ม”ผู้มี อิทธิพลเข้าครอบครองที่นาย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่กรุงเทพฯเมื่อครบกึ่งพุทธกาลเล่าเรียนเขียนอ่านจนจบมัธยมศึกษา(ม.ศ.5)จากโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯแผนกวิทยาศาสตร์
เพียรเอ็นฯเข้าธรรมศาสตร์ในคณะวารสารศาสตร์อยู่2ปีเพราะหวังจะเป็นอย่าง มจ.อากาศดำเกิงแต่ไม่ติดภาระทางเศรษฐกิจไม่ให้โอกาสเป็นครั้งที่ 3  สถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมาเปิดหลักสูตร ปวส ช่างยนต์แบบเร่งรัดให้เรียน3ปีจบ จบเป็นรุ่นแรกของหลักสูตร

งานแรกที่ทำคือ ครูสอนนักเรียน ในโรงเรียนช่างกลของเอกชนในกรุงเทพฯ(ช่างกลสยาม) สอนได้2เทอมหมดภูมิ    ประกอบกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท สำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องการสร้างเส้นทางทั้งยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจในพื้นที่สีชมพูโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนมหาศาลจากอเมริกาที่เรียกว่าโครงการมิตรภาพ รับสมัครช่างในระดับปวช ปวส เป็นจำนวนมากทุกแขนงรวมทั้งช่างยนต์เพื่อลงพื้นที่ตามนโยบายในจังหวัดสีชมพูต่างๆ จังหวัดแม่ฮ่องสอนคือที่ๆคนเมิน นายประโยชน์เลือกไปที่นั่นด้วยตำแหน่งช่างตรีหัวหน้าโรงซ่อมเครื่องจักรกล สำนักงาน รพช.จังหวัดแม่ฮ่องสอนนายประโยชน์

ครบ 5 ปีเบื่อหน่ายเพราะเห็นแต่ภูเขาลูกแล้วลูกเล่า จึงลาออกมาตั้งอู่ซ่อมรถบรรทุกที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มือไม่ถึง กึ๋นไม่พอ จึงเจ๊งต้องเข้าหางานทำในกรุงเทพฯ บริษัทรถโฟล์คบ้าง บริษัทรถทัวร์(ทัวร์รอแยล) บ้าง แล้วมาเปิดอู่อีกครั้งที่ซอยเสนานิคม เจ๊งอีกด้วยสาเหตุเดิม คราวนี้เตลิดไปอำเภอท้ายเหมือง บ้านน้ำเค็มซึ่งขณะนั้นบูมด้วยการดูดแร่ดีบุกโดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลดัดแปลงเป็นเครื่องดูดแร่ไต้ทะเล ทำได้ไม่นานเบื่อท้องน้ำกับแผ่นฟ้า

นายประโยชน์กระโดดเข้าไปเป็นช่างกับวอลโวทรัคและบัส ซึ่งขณะนั้นอยู่ถนนวิภาวดีติดกับนสพ.เดลินิวส์ในปัจจุบัน ไม่มีอะไรใหม่ๆให้เรียนรู้ ขอลาออกอีกรอบ เข้าไปเป็นลูกจ้างกับ บริษัทดีทแฮล์ม เป็นช่างซ่อมเครื่องดีเซลคัมมินส์ งานสบายนั่งๆนอน บางงานนั่งรถไฟถึงยะลาต่อรถเข้าเขื่อนบางลาง เพื่อไปซ่อมเครื่องที่ใช้เวลาซ่อมเพียง2ชั่วโมง หนักเข้าก็เบื่ออีกแล้วจึงลาออก

เดินผ่านถนนอโศกมีสำนักงานจัดหางานส่งคนไปตะวันออกกลาง ต้องการโฟร์แมนไปทำงานที่บาฮ์เรนกับบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หลายยี่ห้อ โรลส์รอยซ์ บีเอ็มดับเบิลยู  แลนด์โรเวอร์ ไคร์สเลอร์ และมิตซูบิชิ ฝรั่งมาสอบสัมภาษณ์ให้ผ่าน จึงตกลงกำหนดวันเดินทาง ออกจากบริษัทที่สัมภาษณ์วันนั้น แวะหาซื้อแผนที่โลกเปิดดูว่า บาฮ์เรนอยู่ส่วนไหนของตะวันออกกลางแทบมองไม่เห็น ตัดสินใจช่างมัน”ไปคือไป”

"ขับรถไช้รถเป็น ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ "พ็อกเก็ตบุ๊ค เล่มแรกของนายประโยชน์ คำนิยมโดย ยุทธพงษ์​ ภาษี
“ขับรถไช้รถเป็น ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ “พ็อกเก็ตบุ๊ค เล่มแรกของนายประโยชน์ คำนิยมโดย ยุทธพงษ์​ ภาษี

ส่วนที่ต้องรับผิดชอบคือรถเก๋งของไครส์เลอร์ และทั้งเก๋งและรถบรรทุกยีห่้อ มิตซูบิชิ รวมทั้งแลนด์โรเวอร์และเรนจ์โรเวอร์ที่เพิ่งจะออกตลาดใหม่ๆ ทำได้4ปีเบื่อเก็บเงินไม่ได้เพราะบาฮ์เรนเป็นเมืองเปิดเงินได้มาลงไปในขวดของสก็อตวิสกี้ทุกยี่ห้อ

กลับบ้านเพราะเบื่อการเดินทางเปิดซุปเปอร์มาร์เก็ตเจ๊งจนหมดตัว

ไม่มีโอกาสให้เลือกนอกจากบินอีกครั้งบิน ตัดสินใจไปไปที่ซาอุ กับโตโยต้า อยู่ได้6ปี เบื่ออีกกลับบ้านและตั้งใจว่าจะไม่บินไปไหนอีกแล้ว งานแรกที่กลับมาคือ มิตซูบิชิในตำแหน่งผู้จัดการของตัวแทนจำหน่ายอยู่ได้ 1ปี ไม่มีอะไรใหม่ให้ค้นหา เข้าไปที่เบ็นซ์ธนบุรี ทำงานอยู่ได้5 ปีเบ็นซ์กำลังบูมสุดขีดเบื่อกับการเมืองภายใน ออกอีก และก็วนเข้าวนออกอยู่กับดีลเลอร์เบ็นซ์หลายที่ อยากรวยเปิดอู่ซ่อมเบ็นซ์อีกและก็เจ๊งอีก โดดเข้าสแกนเนีย ซ่อมบัสและหัวลากได้1ปีไม่มีอะไรใหม่ ให้ศึกษา พร้อมๆกับถูกเรียกกลับมาฟื้นฟูที่ธนบุรีพระราม9 ได้ปีครึ่งเริ่มมองหาที่ท้าทายใหม่ๆอีกแล้ว นายประโยชน์ถูกเรียกตัว ไปทำงานให้กับรถยนต์บรรทุกจีน ยี่ห้อใหม่ที่ นักข่าวรถยนต์ เรียกว่า “หัวส้ม”เวลาคาราวานไปจีน ซึ่งรถหัวส้มกำลังจะเปิดตลาดไทยในขณะนั้น วางระบบอยู่ได้ไม่นานเห็นทีท่าจะงานไม่รุ่ง เพราะว่า รถจีนมุ่งปล่อยรถไม่สนใจปัญหาทางด้าน เทคนิคที่กำลังจะกลายเป็นภาระของ งานศูนย์บริการ แนวทางขัดกัน ไม่ชอบมีส่วนในการเอาเปรียบคนซื้อรถไปใช้เลยลาออก
มาลอยตัวอยู่พักใหญ่ได้งานไปประเทศติมอร์ หลังจากติมอร์ตะวันออกได้เอกราช รถยนต์ยี่ห้อหนึ่งให้ไปวางระบบศูนย์บริการให้ เบื้องต้นส่งตั่วเครื่องบิน ไปดูพื้นที่กลับมาวิเคราะห์สั่งราคาค่าตัวไป นายจ้างไม่ตกลงพับแผนและยุติการเดินทางไปต่างประเทศ เป็นการถาวร นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
เส้นทางงานเขียน และเป็นวิทยากรวิทยุ เริ่มต้นปี2544 ในฐานะคอลัมนิสต์ของเช็กชั่น จุดประกาย หนังสือพิมพ์ “กรุงเทพธุรกิจ” โดยการชักชวนของ ยุทธพงษ์​ ภาษี หลังจากพิจารณาต้นฉบับที่ได้รับ 5 ตอนรวด กรุงเทพธุรกิจตกลงให้เป็นนักเขียนที่ได้รับค่าเรื่อง เพราะความคมคายของเนื้อหา  ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยภาษาที่สวยงาม ต่อมาคมชัดลึก ขยายงาน นายประโยชน์ได้รับคอลัมน์ประจำ ทุกสัปดาห์ ชื่อ”เปิดโลกยนตรกรรม ” พร้อมกับการเข้าสู่ วิทยากรรับเชิญในรายการวิทยุ เอฟเอ็ม 90.5 ซึ่งดำเนินรายการโดย    สินธุ์ชัย ภมรพล ในช่วงเวลา13.00-14.00น. สลับกันรับเชิญระหว่าง พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ (จ.อ.)และนายประโยชน์(Z พ.พฤ .ศ) นายประโยชน์ ยุติการทำรายการ ด้วยอาการป่วย
นี่คือเรื่องราวทั้งหมดในอาชีพการงานของนายประโยชน์ ที่จากนายประโยชน์ไปเป็นนายคเชนทร์และขณะนี้คือนายธนะวรรธน์ ใฝ่ใจพลอยเปลี่ยนเพราะศึกษาตำราโหราศาสตร์ไม่ได้หนีหนี้หนีคดี
นายประโยชน์​จากไปด้วยโรคมะเร็ง อย่างสงบเมื่อ30พ.ย..2558 ฝากไว้แต่ตำนาน งานของนักเขียน”มือเปื้อนจารบี”/[fblike]