เจาะลึกปาเจโร สปอร์ต:คุณค่าของรถสมัยใหม่

 การตัดสินใจเลือกรถเอนกประสงค์ หรือรถตรวจการณ์ เงื่อนไขการเลือกต้องมีมากกว่าการหาซื้อรถเก๋งหรืออื่นๆ เพราะว่า ความสนใจของผู้ซื้อต้องการรถคันเดียวต้องตอบโจทย์หลายโจทย์ด้วยกัน  นี่ยังไม่รวมสิ่งที่เป็นเงื่อนไขว่าจะเลือกใคร แบรนด์อะไรหรือ เกรดไหนของไลน์อัพที่แบรนด์นั้นๆ เสนอดี

ในตลาดตัวเลือกมากมายประกอบไปด้วย ปาเจโร สปอร์ต ,ฟอร์ด เอเวอร์เรส ,โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์, อีซูซู มิวเอ็กซ์ เชฟโรเลต เทรเบลเซอร์ รวมถึงรถของไทยรุ่ง ยูเนี่ยน คาร์ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นรถที่มีระดับราคาหนึ่งล้านบาท

ฟอร์มของโครงสร้างดูเส้นสายล้ำไปข้างหน้า
ฟอร์มของโครงสร้างดูเส้นสายล้ำไปข้างหน้า
การเปลี่ยนแปลงในตลาดนั้นโดดเด่นมากนับตั้งแต่ปี2015 เป็นต้นมาเพราะว่ามีการ”ยกระดับ“มาตรฐานของของจากพื้นฐานทั่วๆไปสู่การเป็นรถพรีเมี่ยม ทั้งคุณภาพการขับ ระบบความปลอดภัย เครื่องยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อ และ ราคาที่ยังคงสามารถเข้าถึงได้ แม้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษีหากเจาะลึกลงไปแต่ล่ะภาคส่วนแล้วจะพบว่า มีรถที่พัฒนาได้โดดเด่นรุ่นหนึ่งที่ตอบโจทย์ทั้งหมดของรถสมัยใหม่  “ปาเจโร สปอร์ต” ของค่ายมิตซูบิชิ02-Mitsu Pajero sport (2)
เสนอ 3 ตัวเลือกให้ตลาด
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่  มีให้เลือก มี 3 รุ่น  คือ
1) รุ่น GLS-LTD  (จีแอลเอส-ลิมิเต็ด)
2) รุ่น GT  (จีที)
3) รุ่น GT-Premium  (จีที – พรีเมียม)
เครื่องยนต์เดียวกับเกียร์เดียวกันคือ 4N15 ไมเวค คลีนดีเซล อลูมินัม อัลลอย บล็อก ขนาด 2.4 ลิตร
เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด พร้อมสปอร์ตโหมด และ INC  (Idle Neutral Control) + G-SENSOR จำง่ายๆ ว่ ถ้ามีคำว่าพรีเมี่ยมแล้วเป็นขับเคลื่อน4ล้อถ้าไม่มีคือขับเคลื่อน2ล้อ
 
ราคามิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ม.ค. 2559    
รุ่นSub-modelราคา (บาท)หมายเหตุ
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่2WD 2.4D GLS-LTD16MY1159000สีขาวมุกไวท์เพิร์ล (White Pearl) เพิ่ม 15,000 บาท
2WD 2.4D GT16MY1279000
4WD 2.4D GT-Premium16MY1469000
แต่ล่ะมุมของปาเจโร สปอร์์ต เน้นรายละเอียดการออกแบบค่อนข้างมาก
แต่ล่ะมุมของปาเจโร สปอร์์ต เน้นรายละเอียดการออกแบบค่อนข้างมาก

โครงสร้างพื้นฐาน
สิ่งที่ปาเจโร สปอร์ตใหม่ให้มาในตลาดคือรถตรวจการเอนกประสงค์ ขนาดใหญ่ ขนาดที่นั่ง7 ที่นั่งมีทั้งแบบขับเคลื่อน 2และ4 ล้อ อันเป็นทางเลือกที่ทำให้รถกลุ่มนี้แตกต่างไปจากรถอื่นๆ ตัวโครงสร้างนั้นวางวิศวกรรมแบบบอดี้ ออนเฟรม ซึ่งในบรรดารถตรวจการณ์งานหนักทั้งหลายแหล่นิยมใช้ลักษณะบอดี้ ออนเฟรมทั้งนั้นเนื่องจาก ทนทานแข็งแกร่งแม้จะมีน้ำหนักมากก็ตาม

ปาเจโร สปอร์ต 2016   
รุ่นGT-PremiumGTGLS-LTD
ระบบขับเคลื่อน4WD2WD2WD
เครื่องยนต์4N15 ไมเวค อลูมินัม อัลลอย บล็อก 2.4 ลิตร4N15 ไมเวค อลูมินัม อัลลอย บล็อก 2.4 ลิตร4N15 ไมเวค อลูมินัม อัลลอย บล็อก 2.4 ลิตร
ระบบเกียร์เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสปอร์ตโหมดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสปอร์ตโหมดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสปอร์ตโหมด
และ INC (Idle Neutral Control) + G-SENSORและ INC (Idle Neutral Control) + G-SENSORและ INC (Idle Neutral Control) + G-SENSOR
เบรกหน้าดิสก์เบรก 320 มม. พร้อมช่องระบายความร้อนและคาร์ลิปเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ดิสก์เบรก 320 มม. พร้อมช่องระบายความร้อนและคาร์ลิปเปอร์ดิสก์เบรก 320 มม. พร้อมช่องระบายความร้อนและคาร์ลิปเปอร์
เบรกหลังดิสก์เบรก 315 มม. พร้อมช่องระบายความร้อน แบบ ดรัมอินดิสก์ ดิสก์เบรก 315 มม. พร้อมช่องระบายความร้อน แบบ ดรัมอินดิสก์ ดิสก์เบรก 315 มม. พร้อมช่องระบายความร้อน แบบ ดรัมอินดิสก์
ยาง265 / 60R18265 / 60R18265 / 60R18
รองรับผู้โดยสาร (ที่นั่ง)777

ปาเจโรสปอร์ตได้นำเสนอของใหม่อีกมากมาย ในด้านเทคโนโลยี ขนาดพื้นที่และ เอกลักษ์หน้าตาที่ใหม่ทั้งหมด พอเห็นภาพของรถหน้าตาใหม่ครั้งแรกนั้น ยังคิดว่า มิตซูบิชิไม่น่าจะกล้าท เอกลักษ์ตามต้นแบบเนื่องจากรถส่วนใหญ่มักจะทำไม่เหมือนตอนเป็นคอนเซ็ป คาร์ แต่ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นงานใหม่ของมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ทั้งด้านหน้าและด้านหลังออกมาเต็มฟอร์ม

 สัดส่วนต่างๆ โดยรวมจากด้านหน้าสู่ด้านหลังและด้านข้างตัวรถมีความภูมิฐาน และได้ดุลย์ไม่รู้สึกว่าเล็กลีบหรือ สูงโย่ง นอกจากนี้ล้อกับซ้อมยังไปด้วยกันได้ ไม่ขัดสายตามาดูที่วัสดุภายอก จะเห็นว่า ปาเจโร สปอร์ตปรับเกรดของวัสดุที่ใช้ รถจนดูไม่ออกว่ามาจากพื้นฐานเดียวกับไทรทัน มีการใช้วัสดุโครเมี่ยม เงาวาวในจุดสำคัญที่กระทบต่อสายตา ทั้งด้านหน้า และด้านหลังอย่างเหมาะสมในขณะที่ภายในได้ออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวาง พื้นที่ศรีษะโดดเด่นเพราะเปิดโล่งมากในขณะที่ด้านหลัง สามารถบรรจุของขนาดใหญ่ได้07-Mitsu Pajero sport (7)
ระบบเครื่องยนต์ 
คงต้องบอกว่าการใช้รถใหญ่ๆ เวลานี้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่แพงมากทำให้สบายกระเป๋าไปได้มากแต่หาได้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มอีกเรายิ่งได้ประหยัดเงินมากขึ้นสำหรับตัวปาเจโร สปอร์ตเองส่งหัวใจสำคัญของรถออกมาประกบกันตัวถังใหม่นั่นคือเครื่องยนต์ “คลีนดีเซล” ปกติเราจะเห็นแต่เครื่องยนต์ดีเซลน้อยคันนักจะบอกว่า เป็น”คลีนดีเซล” สิ่งที่จะเรียกได้ว่าคลีนดีเซลคือต้องปล่อยมลพิษน้อยแต่การจะปล่อยมากปล่อยน้อยนั้นก็ว่ากันด้วยเทคโนโลยี ซึ่งซับซ้อนและมีโครงสร้างวิศวกรรมที่ก้าวหน้ามากพอสมควร หัวใจของ ปาเจโร สปอร์ต คือ เครื่องยนต์ดีเซล ใหม่รหัส 4N15 แบบ 4 สูบ ไมเวค คลีนดีเซล ขนาด 4 ลิตร (3250cc.) สัดส่วนกำลังอัดต่ำ 15.5:1 วัสดุของเสื้อสูบ ทำจากอลูมินัมอัลลอยบล็อก (Aluminum Alloy Block) ที่โดดเด่นในเรื่องน้ำหนักเบาระบบหัวฉีดน้ำมันที่ให้แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 200 MPa (เมกะปาสคาล)  ส่งผลให้รถมีพละกำลังสูงสุด 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตรที่  2,500 รอบต่อนาที
         ระบบ MIVEC (Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control System) ลิขสิทธ์เฉพาะของมิตซูบิชิที่ควบคุมการปิด-เปิดวาล์วไอดี แบบแปรผันที่ทำงานสอดคล้องกับความเร็วของเครื่องยนต์ ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดดีขึ้นในรอบต่ำทำให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งดี ให้การเผาไหม้หมดจด
เทอร์โบ แปรผัน  (VG Turbo)  ทำให้เครื่องยนต์มีกำลังสูงทั้งในรอบต่ำ รอบกลางและรอบสูง ตอบสนองการขับขี่ได้ทันใจในทุกรอบความเร็ว

      เครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เราจะสัมผัสถึงความลื่น และเรียบของการทำงานอย่างชัดเจน  อีกส่วนหนึ่งคือระบบถ่ายทอดกำลัง ปาเจโรสปอร์ตใหม่ ใช้ เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด จะเห็นว่า ระดับการทดเกียร์นั้น มีความก้าวหน้ามากว่าคู่แข่ง ช่วยลดปัญหาพื้นฐานของลักษณะรถที่ใช้เครื่องยนต์ที่รอบสูงแรงบิดจะด้อยลงไปกว่ารอบต่ำดังนั้น การที่มีเกียร์มากจะช่วยไม่ให้กำลังขับเคลื่อนหายไป ช่วยลดการทำงานที่รอบสูง ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันแต่รถไม่ยอมวิ่ง ลักษณะนี้มีผลต่อ การน้ำมันเชื้อเพลิงที่รถกินน้อยลง  17% เมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา และปล่อยค่ามลพิษที่ต่ำกว่า 200 กรัม / กิโลเมตร  เมื่อดูจากข้อมูลอย่างเป็นทางการเราจะพบว่า ปาเจโร สปอร์ต มีอัตราการสิ้นเปลืองไม่มากและการใช้เวอร์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้น้ำมันเพิ่มเล็กน้อยแทบจะไม่ต่างเลยก็ว่าได้

อัตราการใช้พลังงาน   
รุ่น2.4D GLS-LTD2.4D GT2.4D GT-Premium
ก๊าซCO2 (กรัม/กม.)195195199
การใช้พลังงานรวม(Combined)(ลิตร/100 กม.)7.47.47.5
นอกเมือง(Extra-Urban)(ลิตร/100 กม.)6.56.56.6
ในเมือง(Urban)(ลิตร/100 กม.)999.2
ระบบขับเคลื่อน4ล้อ
หากดูตามดีเอ็นเอ แล้วต้องยอมรับว่าปาเจโร สปอร์ตนั้นคือเจ้าถนนทางฝุ่นนับจากตำนานปารีส ดาการ์ที่ส่งรถลงชิงชัยดังนั้นมรดกจากแรลลี่ทางฝุ่นจึงทำให้ปาเจโร สปอรืตมีระบบขับเคลื่อน4ล้อที่ก้าวหน้าและในปาเจโร สปอร์ตรุ่นใหม่ มิตซูบิชิได้ทำการปรับรายละเอียดของระบบให้ใช้งานง่ายมากขึ้นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มาในรถรุ่นพรีเมี่ยม(GT-Premium)เรียกว่า ระบบ Super Select 4WD–II ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนโหมดจากระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) เป็น 4 ล้อ (4H) แบบ Full-time All Wheel Control  และสามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็น 4HLc หรือ 4LLc เมื่อต้องการขับขี่บนเส้นทางแบบออฟโรดได้ตามความต้องการและง่ายขึ้นด้วยระบบไฟฟ้า ผู้ขัขสามารถเลือกขับขี่เพื่อรองรับสภาพเส้นทางออฟโรดได้ 4 รูปแบบ (ครั้งแรกในมิตซูบิชิ) โดยโหมดการขับขี่ไม่ได้ควบคุมระบบที่ล้อเพียงอย่างเดียวแต่จะป้อนข้อมูล ให้สัมพันธ์กับการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน และเบรกทำให้สามารถขับเคลื่อนผ่านสภาพเส้นทางต่างๆ ไปได้ สำหรับ4 โหมดได้แก่
  • GRAVEL  สำหรับขับขี่บนถนนลูกรังที่มีกรวดและดิน
  • MUD/SNOW สำหรับขับขี่ในบริเวณที่เป็นโคลนหรือหิมะหนา
  • SAND สำหรับขับขี่ในบริเวณที่เป็นทรายละเอียด
  • ROCK สำหรับขับขี่บนถนนที่พื้นผิวขรุขระเช่นมีหินมากหรือล้อลอยจากพื้น

ในการขับเคลื่อน ปาเจโร สปอร์ตยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ( ASTC : Active Stability & Traction Control) ซึ่งประสานการทำงานของระบบ ASC ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวในสภาวะที่รถเสียสมดุลเพื่อป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง และ ATC  ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถลช่วยควบคุมการหมุนของล้อทั้ง 4 อย่างสมดุล

อุปกรณ์ไฮเทคตัวช่วยนักขับ
เข้าไปในเนือหาของฟังก์ชั่นต่างๆ แต่ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าคือระบบไฮเทคที่ให้มาจบในคันเดียวซึ่งรถที่ติดระบบเหล่านี้มาน่าจะขายกัน2-3ล้านบาท ในเก่งชั้นดีไม่ใช่ล้านกว่าๆ แน่นอนระบบที่ทำให้รถมีคุณค่า ด้านความปลอดภัยมาก ต้องกล่าวถึงหลายส่วนประกอบไปด้วย ระบบพื้นจากการการใช้งาน คือ
  • ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS : Emergency Stop Signal System) จะทำงานเมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างกะทันหัน หรือเมื่อระบบ ABS ทำงาน โดยไฟฉุกเฉินจะกะพริบต่อเนื่องจนกว่าจะปล่อยเบรกหรือรถหยุดสนิทเพื่อแจ้งให้รถคันหลังทราบ
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA : Hill Start Assist) ป้องกันการลื่นไหลในกรณีที่ต้องเบรกรถบนทางชันและต้องออกตัวอีกครั้ง
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC : Hill Descent Control) ช่วยรักษาระดับความเร็วของรถด้วยการควบคุมการเบรกให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่เมื่อต้องขับขี่ผ่านเส้นทางแบบออฟโรด และลงทางลาดชัน หรือทางลาดลื่น โดยระบบจะทำงานเมื่ออยู่ในช่วงความเร็ว 2-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  (เฉพาะรุ่น GT- Premium)
  • เบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าติดตั้งบริเวณคอนโซลกลางสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน
    ส่วนระบบที่เรียกว่าล้ำจริงๆ นั้นเป็นตัวช่วยนักขับที่ดีมากคุ้มที่จะหามาใช้งาน ปาเจโร สปอร์ตจัดว่า  เซ็ตมาตรฐานใหม่ของวงการรถเมืองไทยเลยทีเดียว  ระบบต่างๆ ประกอบไปด้วย
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM-Forward Collision Mitigation System) จะทำงานโดยใช้เรด้าประเมินระยะห่างจากรถคันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้าในช่องทางเดียวกัน ระบบจะทำการเตือนเพื่อให้เบรกรถ พร้อมเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเบรกที่ดียิ่งขึ้น และเมื่อความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. ระบบช่วยเบรกจะทำงานอัตโนมัติ เมื่อพบว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะชนรถคันหน้าในช่องทางเดียวกัน เพื่อบรรเทาความเสียหายจากการชน (เฉพาะรุ่น GT และ GT-Premium  )
  • กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ (Multi-around Monitor) ทำงานผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งรอบตัวรถ เพื่อประมวลผลและแสดงภาพแบบ Bird’s Eye View ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพได้รอบตัวรถ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการจอดรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
  • ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS-Ultrasonic misacceleration Mitigation System) ทำงานโดยใช้คลื่นอัลตร้าโซนิคตรวจจับวัตถุด้านหน้าหรือด้านหลังในระยะไม่เกิน 4 เมตร ในขณะที่เกียร์อยู่ตำแหน่ง “D” หรือ “R” หากมีการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ระบบจะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์ไว้ประมาณ 5 วินาที ทั้งนี้ระบบจะทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 10 กม./ชม. เพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดจากการชน
  • ระบบสัญญาณเตือนจุดบอด (BSW – Blind Spot Warning)  ทำงานโดยการใช้คลื่นอัลตร้าโซนิค ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณมุมกันชนทั้ง 4 ด้าน โดยระบบจะส่งสัญญาณไฟเตือนบนกระจกมองข้างให้ผู้ขับขี่ทราบว่ามีรถอยู่ในจุดบอด ซึ่งไม่สามารถมองเห็นจากกระจกมองข้าง ในขณะเดียวกันเมื่อเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือนพร้อมสัญญาณเตือนไฟกระพริบบนกระจกมองข้าง ทั้งนี้ระบบจะทำงานที่ความเร็ว 20 – 140 กม./ชม.  ในระยะไม่เกิน 3 เมตร เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนช่องจราจร (เฉพาะรุ่น GT-Premium )
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS สำหรับทุกรุ่น โดยในรุ่น GT-Premium มาพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ได้แก่ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS โดยทำงานร่วมกันกับระบบเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ 2 ทิศทางพร้อมระบบผ่อนแรงโนมัติ ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ถุงลมนิรภัยหัวเข่าด้านคนขับ และม่านถุงลมนิรภัย

 

04-Mitsu Pajero sport (4)

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ถือเป็นรถที่ให้อุปกรณ์เกี่ยวกับการป้องกันอันตรายไฮเทคมามากสุดในรถยนต์ระดับเดียวกันมันช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุลงได้มาก

ในขณะที่ออฟชั่นต่างๆ ที่ให้มาล้นเหลือในคันเดียว ซึ่งเป็นระบบอำนวยความสะดวกและปลอดภัยเอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ ETACS  (Electronic Time and Alarm Control System)

  • ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก (Welcome Light) ซึ่งจะทำงานเมื่อผู้ใช้กดปุ่ม Unlock ที่รีโมท ไฟหน้าและไฟท้ายจะสว่างขึ้นเมื่อสวิตช์ชุดไฟหน้าอยู่ในตำแหน่ง OFF หรือ AUTO ไฟหน้าจะทำงานเป็นเวลา 30 วินาที โดยทำงานควบคู่กับระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติช่วยให้การหารถในที่มืดได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Coming Home Light) เมื่อหมุนสวิตช์ชุดไฟหน้าไปที่ตำแหน่ง OFF หรือ AUTO ดึงก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัว ไฟหน้าใหญ่จะทำงานเป็นเวลา 30 วินาที
  • ระบบพับเก็บและกางกระจกมองข้างอัตโนมัติเมื่อกดล็อกและปลดล็อก
  • ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ในกรณีที่ฝนตกและผู้ขับเปิดที่ปัดน้ำฝนในตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเมื่อรถใช้ความเร็วเกิน 60 กม. / ชม. ที่ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 1 ให้โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาที่ตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเหมือนเดิมเมื่อลดความเร็วหรือหยุดรถและเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง (R) ระบบใบปัดน้ำฝนหลังจะทำงานอัตโนมัติ
  • ระบบตัดการทำงานของไฟหน้ารถโดยอัตโนมัติ โดยไฟหน้ารถจะดับเองอัตโนมัติ หลังจากดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดประตูช่วยประหยัดไฟในแบตเตอรี่
  • สัญญานเตือนลืมปิดไฟหรี่หน้าในกรณีที่ผู้ขับขี่ลืมปิดไฟหรี่หน้าหลังจากดับเครื่องแล้วเปิดประตูจะมีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น
  • ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน เพียงขยับก้านไฟเลี้ยวเพียงเล็กน้อยสัญญาณไฟเลี้ยวและสัญญาณไฟเตือนในหน้าปัดจะกะพริบ 3 ครั้ง
  • ระบบหน่วงเวลาปิดไฟในห้องโดยสาร เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบสัมภาระภายในรถ
  • ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้าหลังจากดับเครื่องยนต์กระจกไฟฟ้าจะยังสามารถเปิด-ปิดได้ต่อไปอีก 30 วินาที
  • สัญญาณเสียงและไฟกระพริบเตือนเมื่อประตูปิดไม่สนิท โดยไฟกระพริบเตือนจะแสดงบนหน้าปัดเมื่อมีการออกรถในขณะที่ประตูรถปิดไม่สนิท
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS ( Keyless Operation System) ช่วยให้สามารถล็อกและปลดล็อกประตู รวมทั้งสตาร์ทเครื่องยนต์ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมการติดตั้ง ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เพิ่มความสะดวกในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
  • ระบบกุญแจอิมโมบิไลเซอร์ (Immobilizer) ป้องกันการโจรกรรมโดยจะอนุญาต ให้ติดเครื่องได้เฉพาะลูกกุญแจที่ส่งรหัสสัญญานตรงกับระบบเท่านั้นจึงช่วยให้ปลอดภัยจากการโจรกรรม
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา สำหรับรุ่น GT-Premium และ GT และแบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ สำหรับรุ่น GLS-LTD พร้อมแผงควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลังแบบอิสระและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • เครื่องเสียง 2DIN วิทยุ ซีดี ดีวีดี เอ็มพี 3 พร้อมจอภาพแบบระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อบลูทูธแบบ A2DP และระบบนำทางในรถ (Navigator System) พร้อมจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบ Wide Screen ขนาด 9 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่นดีวีดี และรีโมทคอนโทรล รวมทั้งหูฟังอินฟราเรด สำหรับรุ่น  GT และ GT-Premium  ในขณะที่รุ่น GLS-LTD มาพร้อม วิทยุ ซีดี  แบบ 2DIN
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จะเห็นว่าหากนั่งดูรายการออฟชั่น และคุณลักษณะของฟังกืชั่นต่าง ที่ให้มาแล้ว เทียบราคาแล้ว ปาเจโร สปอร์ต ถือเป็นรถที่เด่นสุดของวงการรถตรวจการณ์ ในแง่ของ “ราคา”กับ”คุณค่า” ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ปาเจโร สปอร์ต ได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าในฐานะตัวเลือกในการตัดสินใจของลูกค้าสมัยใหม่