ปอร์เช่ Mission E

ปอร์เช่ Porsche AG ไฟเขียวโครงการผลิตรถยนต์ ปอร์เช่ Mission E

สตุ๊ดการ์ท. รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากปอร์เช่ ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วในทันทีที่บอร์ดบริหารของ Dr. Ing. h.c. F. Porsche AG ไฟเขียวอนุมัติให้เดินหน้าโครงการ Mission E โดย Dr. Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารของปอร์เช่ให้สัมภาษณ์ว่า “ปอร์เช่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการรถสปอร์ต” โดยกำหนดการเปิดตัวรถสปอร์ตดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงปลายทศวรรษนี้

ทั้งนี้โครงการ Mission E เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาเพื่อการเติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนของปอร์เช่ เฉพาะที่โรงงาน Zuffenhausen เมืองสตุ๊ดการ์ท ซึ่งจะมีอัตราการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 อัตรา โดยปอร์เช่ได้ทำการลงทุนด้วยงบประมาณ 700 ล้านยูโรในส่วนของสายการผลิตภายในพื้นที่หลัก โรงประกอบ และโรงทำสีแห่งใหม่ จะได้รับการสร้างขึ้นภายในระยะเวลา 2 – 3 ปีข้างหน้า โรงงานผลิตเครื่องยนต์ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันจะได้รับการขยายพื้นที่ เพื่อรองรับสายการผลิตเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบใหม่ รวมไปถึงการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานผลิตชิ้นส่วนตัวถัง นอกจากนี้ปอร์เช่มีโครงการลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่ส่วนอื่น เช่น ศูนย์การพัฒนาในเมือง Weissach อีกด้วย

รถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า Mission E เปิดตัวอย่างเป็นทางการแก่สาธารณะชนอย่างยิ่งใหญ่ในงานแสดงยานยนต์ระดับโลก Frankfurt International Motor Show (IAA) เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา สามารถเรียกกระแสชื่นชมและเป็นที่ยอมรับในด้านการออกแบบที่สะดุดตาและสร้างความประทับใจในครั้งแรกที่เห็น ด้วยคำนิยาม ‘E-Performance’ โดยบ่งบอกถึงประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น พร้อมด้วยความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 4 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังกำลังใหม่ ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 600 แรงม้า (440 กิโลวัตต์) เร้าใจด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 3.5 วินาที พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุดได้มากกว่า 500 กิโลเมตร ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนจากระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลท์ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับปอร์เช่ Mission E โดยเฉพาะ ใช้เวลาในการชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ใหม่ ติดตั้งบริเวณพื้นตัวถังรถสามารถเก็บไฟฟ้าจากการชาร์จได้ถึง 80% ของความจุ ด้วยระยะเวลาการชาร์จเพียง 15 นาทีเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ปอร์เช่ Mission E สามารถทำการชาร์จไฟโดยไม่จำเป็นต้องใช้สายชาร์จ ด้วยระบบ wireless ผ่านการนำไฟฟ้าจากพื้นโรงจอดรถที่ติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ

Dr. Wolfgang Porsche ประธานบอร์ดบริหารของ Porsche AG กล่าวว่า “รถยนต์ปอร์เช่ Mission E คันนี้ คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตของแบรนด์ปอร์เช่ได้อย่างชัดเจน และแน่นอนว่าจะต้องเป็นรถยนต์ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกของยานยนต์ ปอร์เช่จะยังคงรักษาสถานะของผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตระดับแนวหน้าของโลกต่อไป”

ประธานกรรมการบริหาร Dr. Oliver Blume กล่าวว่า “ปอร์เช่ยืนยันที่จะท้าทายความสามารถของเราเองด้วยการเป็น 1 ในบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยยังคงไว้ซึ่งปรัชญาการออกแบบรถยนต์ปอร์เช่ อันเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการขับขี่แบบสปอร์ต และส่งมอบที่สุดแห่งความล้ำสมัยของเทคโนโลยียานยนต์ให้แก่ผู้ขับขี่เสมอมา” Blume ยังกล่าวเพิ่มเติมโดยเน้นถึงความสำคัญของการเริ่มต้นสายการผลิตรถยนต์ปอร์เช่ Mission E ในโรงงาน Zuffenhausen เมือง สตุ๊ดการ์ท ต่อเนื่องไปยังการวิจัยและพัฒนาที่ศูนย์เทคโนโลยีที่ Baden-Württemberg และภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศเยอรมนี

Uwe Hück ประธานที่ปรึกษาและผู้ช่วยประธานบอร์ดบริหาร Porsche AG กล่าวว่า “เป็นวันที่น่ายินดีอีกวันหนึ่ง! เราสามารถผลักดันรถยนต์ปอร์เช่ Mission E ให้ถือกำเนิดขึ้นที่ Zuffenhausen และ Weissach ได้ในที่สุด บุคลากรผู้ปฏิบัติงานทั้งฝ่ายโรงงานและสำนักงานทุกคนล้วนยินดี เมื่อรับทราบประกาศที่แสดงให้เห็นถึงยุคใหม่และการเจริญก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ของ Zuffenhausen และ Weissach ซึ่งโรงงานแห่งที่ 4 คือความท้าทายใหม่ของบุคลากร และเจ้าหน้าที่ทุกคน เราจะร่วมต้อนรับสิ่งที่กำลังจะมาถึง โดยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ จากสิ่งรอบข้าง และด้วยการตัดสินใจครั้งสำคัญในวันนี้จะนำพาปอร์เช่ให้พุ่งทะยานไปยังอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างไม่หยุดยั้ง”[fblike]