NOTE First Driveปฐมบทของอีโคคาร์ไฮเอ็นด์

นิสสันเริ่มกิจกรรมการตลาดของ รถตัวใหม่อย่างเป็นทางการด้วยการแนะนำโน๊ตไปแล้วดูเหมือนว่านิสสันจะมีช่วง”เงียบ”อยู่เล็กน้อยเพราะมี.ค.60 นี้“โน๊ตถึงจะได้เวลาการส่งรถส่วนการแนะนำรถล่วงหน้านานๆแบบนิสสันนี้บางทีก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนักเพราะว่านิสัยคนไทย ส่วนมากอยากได้ของเลย            คนไทยถามซื้อ มี.ค.ค่อยขาย คนไทยขนาดรถคอนเซ็ป คาร์ ยังถามซื้อจะให้รอรถตลาดใหม่ๆ มันไม่ทันใจ สำหรับโน๊ตกลายมาเป็นรถที่ต้องรอซื้อเพราะการเปลี่ยนแผนของนิสสันโดยการเลื่อนเดือน เปิดตัวรอบสื่อนั่นเอง นิสสันคงมีเหตุผลของเขาเองที่เราก็ไม่รู้ได้ว่ามันคืออะไร ในช่วงรอ นิสสันก็วางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาด นั่นคือ การสร้างความเข้าใจในแง่ผลิตภัณฑ์ กลุ่มคนที่นิสสันต้องการให้ซื้อ ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทำขึ้นในช่วงที่ นิสสันเปลี่ยนแปลง มือบริหารการตลาดเพราะที่ผ่านมา นิสสันขาดความชัดเจนเรื่องนี้มากจนนำไปสู่ยอดขายที่ตกต่ำลง ชนิดที่เรียกว่า โดนเซ่นกันไปหลายคน และก็นี่คือเรื่องท้าทายมากสำหรับแบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกอย่างนิสสัน สำหรับกิจกรรมสื่อสารการตลาด โดยเชิญการเชิญบรรดา Opinion leader  ของกลุ่มสื่อเข้าไปสัมผัส นิสสัน อีโค คาร์ ตัวใหม่ ในกิจกรรม R&D Briefing & Nissan NOTE First Drive ที่ Nissan R&D ถนนบางนา ตราด กม.22

เพื่อร่วมกิจกรรมดังกล่าวผมเดินทางไปสนาม บรู๊ฟวิ่งกราวน์ โดยปกติไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเยือนแต่ โปรดักซ์โน๊ต สำคัญสำหรับอนาคตของนิสสัน จึงทำให้มีโอกาสร่วมในการสัมผัส โน๊ตครั้งแรกอย่างเป็นทางการ

รู้จักโน๊ต

ผู้ผลิตโน๊ต บอกว่าโน๊ตคือ นิยามใหม่ของซับคอมแพ็คแบบแฮตช์แบคโน๊ตอยู่ในโปรเจ็คส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลด้วย เป็นรถรุ่นที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์ในหลายด้าน โน๊ตเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการไปแล้วเป็นตัวที่ผ่านการพัฒนาเรียกว่า เจนเนอเรั่น2 ระหัส ตัวถังE12 โน๊ตมีประวัติการพัฒนามาพอสมควร โดยรถตัวแรกในแบบคอนเซ็ป คาร์ แนะนำให้สื่อต่างประเทศได้เห็นที่ปารีส มอเตอร์​โชว์ ในปี2004  เป็นที่โด่งดังมากเพราะว่าเป็นชื่อใหม่ที่นิสสันทำขั้น ส่วนรุ่น ปี 2017 คือตัวถังที่ขายในประเทศไทย มีสินค้าน่าสนใจคือ โน๊ต ไฟฟ้าแต่โน๊ต ไฟฟ้าหรือเรียกว่า โน๊ต อีเพาเวอร์  เปิดตลาดในญี่ปุ่นอย่างเดียว และทำยอดขายเป็นอันดับ1  ส่วนตลาดอื่นๆ อย่างอเมริกา โน๊ตก็ถือว่าเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่เพิ่งมีรถส่วนในไทยวางตำแหน่งเป็น ไฮเอ็นของโปรดักซ์ในกลุ่มรถอีโค คาร์

เอ็มพีวีซ่อนรูป 

แพคเกจจิ้งของโน๊ต E12 ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างการผลิตแบบโมโนค็อค (ปั้มขึ้นรูป) ทรง2กล่อง เครื่องยนต์ วางหน้าขับเคลื่อนล้อหน้า ขนาดที่นั่ง5 ที่นั่ง ดูแล้วเหมือนรถเอ็มพีวี แบบ มินิมากกว่าแฮทแบรค
แต่ทำได้ดีกว่าเดิมมากเพราะ ได้เปลี่ยนความรู้สึกไปคือการซ่อนรูปของรถแฮทแบคไว้ในรถเอ็มพีวี ในเมืองนอกโน๊ตได้รับการจัดกลุ่มให้เป็น”มินิเอ็มพีวี”หมายถึงว่า ขนาดความกว้าง ฟังก์ชั่นต่างๆ มันคือเอ็มพีวีย่อส่วนมานั่นเอง

จากระยะฐานล้อที่ยาว ดังนั้นจะเห็นว่าถ้ายืนดูโน๊ตด้านนอก คล้ายกับว่าเราดูรถเก๋งแฮทแบคคันหนึ่งแต่พอไปในห้องโดยสารแล้ว เขามีพื้นที่ใหญ่โต กว้างขวางมากโดยภายใน มีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศรีษะ ที่เกิดจากการยืดระยะห่างระหว่างเบาะหน้ากับเบาะหลังได้มากขึ้นตามมิติของรถ ลักษณะของรถแบบนี้ ในตลาดก็มี โตโยต้า เซียนต้า อีกคันที่คล้าย ๆ กัน
มิติรถ
นิสสัน โน๊ต มีขนาดตัวถัง
ยาว 4,105 มม.
กว้าง 1,695 มม.
สูง 1,535 มม.

ระยะฐานล้อ 2,600 มม.
ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,480 มม.
คู่หลัง 1,485 มม.
ระยะต่ำสุดจากพื้น 155 มม.
ความสำคัญอยู่ตรงตัวเลขระยะฐานล้อ ที่มี2.6เมตรหมายถึงว่า เป็นรถแฮทแบคที่มีพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ส่วนความยาวสูงสุดมันเพิ่มลดกันได้ด้วย​โอเวอร์แฮง ไม่ค่อยสำคัญอะไร จากการทดลองนั่งนิสสัน โน๊ต ใหม่ ที่จอดให้ชมเป็นขวัญตาหน้าออฟฟิตของบรูฟวิ่งกราวน์ พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวาง และสามารถยืดระยะห่างระหว่างเบาะหน้ากับเบาะหลังได้มากอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับรถเล็กอื่นๆ การเพิ่มพื้นที่ช่วงขา ทำให้ผู้นั่งเบาะหลังรู้สึกสบายและผ่อนคลาย

   ทรงสมดุล
หน้าตาของโน๊ต สำหรับผมแล้วถือว่าโอเค รูปทรงของรถสมดุล ดูแล้วให้ความรู้สึกมั่นคง สัดส่วนระหว่าง ด้านแคบกับด้านกว้างลงตัว รถในกลุ่มนี้ บางยี่อห้อขาดสมดุลเวลาดูแล้ว จะรู้สึกเหมือนคนตัวลีบ ขาลีบ หรือไม่ก็สูงโย่งซึ่งไม่สวย
โน๊ตถือว่าลงตัว หากแกะเส้นสายลายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้านหน้าถือว่า ยังไม่ใช่จุดเด่นเพราะว่า โน๊ตยังไม่มีแรงดึงดูใจพอที่จะให้คนมองซ้ำสองหรือมองตามในฐานะรถใหม่เอี่ยมในตลาด คือเสน่ห์ของรถที่ออกแบบดีๆ เมื่อลงตลาดใหม่ๆ ใครเห็นใครมองเรียกว่า”สนใจ”ส่วนรถที่ไม่โดดเด่น มากนักแค่มองแล้วผ่านเลยไป

เทียบโน๊ตกับมาร์ชตอนออกใหม่ๆ ผมว่ามาร์ชดึงดูสายตามากกว่าพูดถึงการออกแบบของ นิสสัน แม้จะมีการเปลี่ยนเอกลักษณ์ กระจังหน้าแบบ V-Motion เอกลักษณ์การออกแบบภายใต้เอกสิทธิ์ของนิสสัน

“นิสสันหันมาทำรถด้านหน้าที่มีส่วนประกอบหลายชิ้น แต่ทรงไม่โฉบเฉี่ยว ซึ่งเป็นสไตล์ของค่ายนี้เลยคือไม่แรง มีความเป็นผู้ใหญ่สูงเอาไว้ดูนาน

นิสสัน โน๊ต ใหม่ มีช่องกันชนด้านล่างแบบโครเมียม โคมไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม LED Signature Light ไฟตัดหมอกคู่หน้า โดยไฟหน้าสามารถปรับระดับสูงต่ำได้

เส้นด้านข้าง ดูดีสวยงาม สปอร์ต พลิ้วไหว มีอากาศพลศาสตร์ที่ดีเยี่ยม โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (CD) ต่ำสุด 30 ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี มือจับประตู โครเมียม หรูหรา กระจกข้างสีเดียวกับตัวรถ พับและปรับด้วยไฟฟ้า ติดตั้งไฟเลี้ยวบนฝาครอบกระจก ดูสวยงาม ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์ (รุ่น VL) ไฟท้าย LED แบบ Signature รูปทรงบูมเมอแรง อันนี้ดูโฉบเฉี่ยวมีเอกลักษณ์ พร้อมไฟเบรกแบบ LED

ภายใน
เป็นส่วนที่ผมชอบมากกว่าด้านนอก แม้ว่าจะเห็นชัดว่ามีหลายชิ้นเอามาจาก รุ่นมาร์ชและอัลเมร่า เพราะว่า ชิ้นส่วนพื้นฐานเหล่านี้ มาจากวีแพตฟอร์ม การออกแบบต่างๆ ก็เลยใช้กันได้ ตัวแดชบอร์ด มีความหรูหราดี  ไฟบอกตำแหน่งชัดเจน ส่วนพวงมาลัย มัลติฟังก์ชั่น ทรงดีเชฟ แบบตัดมุมล่าง สปอร์ต เข้าออกสะดวกท่านั่งขับขี่ ได้จังหวะเบาะรับกับก้น ระยะต่างๆ สามารถใช้อุปกรณ์ที่กำหนดมาได้

ความสวยงามมีให้เห็น เกรดของทริมที่เป็นการแต่งรถใช้เป็นวัสดุเงาสีเปียโน แบล็ค และในส่วนหน้าคอนโซล มีชิ้นเคลือบเงาโลหะ ให้เห็นความพรีเมี่ยมมากขึ้นแน่นอนว่ารูปทรงหลายส่วนมีชิ้นส่วนของ อัลเมร่าและมาร์ชอยู่บ้างเพราะว่าพื้นฐานของชิ้นส่วนเหล่านี้ใช้ร่วมกันได้

อุปกรณ์ตกแต่งจัดเต็ม
รายการต่างๆ ที่เกี่ยวกับความสะดวกสบาย ทันสมัยในรถเรียงลำดับข้อมูลตามนี้

  • ภายใน ออกแบบด้วยโทนสีดำ และแตกต่างด้วยวัสดุสีเงิน เช่น หัวเกียร์ ฐานเกียร์ ส่วนวัสดุตกแต่งคอนโซลกลางสีเปียโน แบล็ค ซึ่งทั้งหมดเป็นการผสมผสานอารมณ์สปอร์ตและหรูหราไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
  • พวงมาลัยรูปทรงสปอร์ต แบบ D-Shape ปรับสูงต่ำได้ โดยรุ่น VL เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น สามารถควบคุมระบบการทำงานของเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
  • มาตรวัดเรืองแสงอัจฉริยะมัลติฟังก์ชัน ดิสเพลย์ (MID) แสดงข้อมูลการขับขี่ แสดงระยะการเข้ารับบริการ อุณหภูมิภายนอก นาฬิกาดิจิทัล เสียงสัญญาณเตือนลืมปิดไฟหน้า ระบบเตือนเมื่อลืมกุญแจ
  • ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบตั้งเวลาหน่วง และที่ปัดน้ำฝนด้านหลังแบบหน่วงเวลา ระบบไล่ฝ้าากระจกหลังแบบตั้งเวลา
  • กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านคนขับ กระจกมองหลังในรุ่น VL ตัดแสงอัตโนมัติ
  • เบาะผ้าสีดำตกแต่งขอบด้วยสีเบจ สวยงาม และกระชับลำตัว ช่วยให้นั่งสบายและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถมากยิ่งขึ้น โดยเบาะด้านผู้ขับขี่สามารถปรับสูง-ต่ำ ให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่แต่ละคน พร้อมช่องเก็บของด้านหลังเบาะ เบาะหลังรุ่น VL ปรับแยกแบบ 60 : 40 รุ่น V พับแบบชิ้นเดียว
  • ที่วางแก้วน้ำตอนหน้า 2 ตำแหน่ง ช่องวางขวดน้ำที่แผงประตู 4 ตำแหน่ง ช่องวางของเอนกประสงค์ตอนกลาง กล่องเก็บของด้านหน้า
  • ระบบความบันเทิงในรุ่น V ติดตั้งวิทยุ ซีดี เอ็มพี 3 แบบ 1 แผ่น หน้าจอขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง AUX, USB ลำโพงคุณภาพเสียงดี 4 ตำแหน่ง ส่วนรุ่น VL ติดตั้ง วิทยุ ซีดี เอ็มพี 3 แบบ 1 แผ่น หน้าจอ LED แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว เพิ่มความสะดวกในการควบคุม ระบบเชื่อมต่อ  AUX, USB, Bluetooth และช่องเชื่อมต่อ AV-in , HDMI ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Bluetooth  ลำโพง 4 ตำแหน่ง พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ที่พวงมาลัย
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติไ
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า ไฟเรืองแสงบริเวณสวิทช์กระจกไฟฟ้าด้านคนขับ

พื้นที่ใช้สรอยเด่นมาก

เรื่องของพื้นที่ใช้งานเนื่องจากมีฐานล้อกว้างสุดในกลุ่มอีโค คาร์ ทำให้มีพื้นที่ใช้สรอยมาก ฐานล้อกว้าง ทำให้เพิ่มพื้นที่ตอนหลังในขณะที่การวิจัยเรื่องการเข้าออกตัวรถ นิสสันจึงจัด ประตูหลังให้เปิดกว้างขึ้นโดย เปิดได้3ระดับ(รถทั่วไป2ระดับ)
โดยประตูหน้าเปิดได้ 70 องศา
ประตูหลัง เปิดได้85 องศา
ประตูท้าย พื้นบรรทุกลาดต่ำ ยกของสดวก

เครื่องยนต์และการขับเคลื่อน

นิสสัน โน๊ต ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน HR12DE  3 สูบ แถวเรียง DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว CVTC (Continuously Variable-valve Timing Control) ขนาด 1,198 ซีซี มาพร้อมกับหัวฉีดอีเลคทรอนิคส์ มัลติพอยท์ (ECCS) 32 บิท ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 106 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที และยังมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น (สามารถเปิด – ปิด ระบบการทำงานได้) เครื่องยนต์ตัวนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์ที่สะอาด จากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร เทียบเท่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 อีกด้วย ส่วนระบบเกียร์เป็นแบบ XTRONIC CVT  D-Step Logic  ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและทันใจ ตอบสนองอัตราเร่งแซงที่ดีขึ้น

HR12DE  3 สูบ คงเริ่มคุ้นเคยเพราะว่ามีคือขุมพลังของมาร์ชและอัลเมร่า ตัวเครื่องยนต์ไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใดๆ แต่มีการFine -Tune หรือการปรับให้กับกับลักษณะของการทำงานร่วมกับตัวถังใหม่ ที่ใหม่คือ เกียร์ที่มีการโปรแกรมการตัดรอบแบบเป็นจังหวะ   D-Step Logicเพื่อแก้ไขปัญหา ทางด้านความรู้สึกของเสียงเครื่องและรอบเครื่องที่เกียร์CVT ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติคือ รอบไม่ปรับเวลาชิปเกียร์ ทำให้เสียดัง แต่  D-Step Logic จะมีการตัดรอบเป็นจังหวะๆ ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติว่ารถมีการเปลี่ยนเกียร์เป็นสเต็ป ๆนั้นเอง เท่าที่ทดลองดู รถมีจังหวะการเปลี่ยนเกียร์เมื่อกดคันเร่งไปสุดเครื่องจะไม่ใช่รอบแบบลากยาวเหมือนเดิม ทำให้รู้สึกสนุกในการขับขี่มากขึ้น
สมรรถนะของ เครื่องยนต์เมื่อรวมกับตัวถังใหม่แล้ว น่าเสียดายที่ ยังรู้สึกว่า โน๊ต มีอาการอันเดอร์เพาเวอร์ อยู่นั่นหมายถึงว่า มีช่วงเวลารอกำลังที่เราจะต้องการเมื่อจะเรียกกำลังสูงสุดของรถมากใช้ เมื่อกำลังมาช้าก็ต้องดันรอบสูงมาก ซึ่งลักษณะนี้จะใช้เมื่อต้องการเร่งแซง ที่ความเร็วเดินทางระดับปานกลางและสูง เค้นกำลังเครื่องยนต์ผลักดันให้รถไปข้างหน้าแต่ไม่มีปัญหาในการใช้ในเมือง

“วิศวกรของโน๊ต ที่มาเมืองไทยบอกว่า เสียดายที่เขาต้องบารานซ์เรื่องของกำลังกับมลพิษเพราะว่ารถอยู่ในโครงการอีโคาร์  ต้องทำให้มลพิษน้อย เข้ากับเงื่อนไขที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ถ้าเป็นไปได้เทคโนโลยีเครื่อง4 สูบและเครื่องซูเปอร์ชาร์จที่มีอยู่ จะมีกำลังมากกว่านี้และเขาก็ศึกษาเรื่องนี้อยู่ว่าจะติดตั้งได้หรือไม่”

 

เทคโนโลยีไฮเอ็นด์

โน๊ตเป็นรถที่ติดตั้งอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกี่ยวกับความปลอดภัยล้ำหน้ารถ ในระดับเดียวกัน อุปกรณ์ต่างๆ ให้มาเยอะจริงๆ ถือเป็นความล้ำสมัย โน๊ตใส่เทคโนโลยีในส่วนที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถขนาดเล็กของบ้านเรา ทำงานช่วยเหลือคนขับ ป้องกันอุบัติเหตุ และอื่นๆ เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (AVM)

กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง AVM ใช้งานคู่กับกระจกมองหลัง โดยแสดงภาพจากกล้องที่ติดตั้งอยู่ทั้งหมด 4 ตัว ใช้งานเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง และจอดนิ่ง หรือขับด้วยความเร็วไม่เกิน 8 กม./ชม. ทำให้มองเห็นได้ทุกจุด จากระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลเคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน MOD (Moving Object Detection) โดยระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือน ให้ความปลอดภัยและก้าวล้ำเทียบเท่ารถยนต์ระดับหรูขนาดใหญ่ และยังสามารถเปลี่ยนมุมมองไปที่มุมล้อหน้าด้านซ้ายได้ เพิ่มความปลอดภัยในขณะถอยจอดหรือเคลื่อนที่ในบริเวณที่อาจมีสิ่งกีดขวาง

ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning (FCW)

ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ FCW จะช่วยเตือนเมื่อรถยนต์เข้าใกล้รถคันหน้าในระยะที่ใกล้มากเกินไป ระบบจะคำนวณจากความเร็วในการขับขี่ และระยะห่างจากรถคันหน้าโดยใช้กล้องบริเวณกระจกบังลมเป็นตัวจับระยะห่าง เซ็นเชอร์จากกล้องจะตรวจจับบุคคล และยานยนต์บริเวณหน้ารถ แล้วส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด ซึ่งระบบสามรารถทำงานที่ความเร็วตั้งแต่  10 – 80 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ

ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking / Forward Emergency Braking (FEB)

ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ FEB จะทำงานต่อเนื่องร่วมกับระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ FCW ซึ่งถ้าหากระบบ FCW ทำงานโดยส่งสัญญาณเสียงเตือน แต่หากผู้ขับขี่ยังไม่ลดความเร็วลงและเข้าใกล้ยานยนต์คันหน้าหรือ บุคคล ในระยะกระชั้นชิด ระบบ FEB จะสั่งงานให้ทำการเบรกอย่างฉับพลัน ซึ่งระบบจะทำงานที่ความเร็วตั้งแต่ 10 – 80 กม./ชม. โดยระบบจะช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถบรรเทาอุบัติเหตุ รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดจากการชนยานยนต์ และบุคคล ในกรณีถ้ารถยนต์คันหน้าจอดหยุดนิ่ง ระบบจะทำงานความเร็วตั้งแต่ 10 – 60 กม./ชม. ซึ่งระบบสามารถทำงานในเวลากลางคืนได้

ระบบจะเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW)

ระบบจะเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง LDW เมื่อผู้ขับขี่รถออกนอกเลน ทั้งด้านซ้านและขวา ในขณะขับขี่จะมีเซ็นเซอร์จับอยู่ที่บริเวณกล้องที่กระจกบังลมหน้า (กล้องเดียวกับที่ใช้งานระบบ FCW FEB PFEB) ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ด้วยสัญญารไฟที่บริเวณหน้าปัด และมีสัญญาณเสียงเตือน โดยระบบจะแจ้งเตือนเมื่อขับรถด้วยความเร็วมากกว่า 70 กม./ชม. ให้ความมั่นใจ และปลอดภัยต่อการใช้งานสูงสุด ช่วยให้ผู้ขับขี่รถอยู่ในเลนของตนเอง

 

 ความปลอดภัย

นิสสัน โน๊ต ใหม่ ยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มความปลอดภัยทั้งในเชิงการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ (Active Safety) และ ระบบลดความรุนแรง ความเสียหายจากอุบัติเหตุ (Passive Safety)โครงสร้างตัวถังเป็นแบบ Zone Body Concept เพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และกระจายแรงกระแทก เพื่อปกป้องห้องโดยสารและผู้โดยสารกรณีเกิดอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ในนิสสัน โน้ต ใหม่ ทุกรุ่น

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า ปรับสูง-ต่ำได้ เพื่อความเหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแต่ละคน โดยเข็มขัดนิรภัยด้านหน้าเป็นแบบ ELR 3 จุด แบบดึงกลับอัตโนมัติ และผ่อนแรงอัตโนมัติ ด้านหลังเป็นแบบ ELR 3 จุด ครบทั้ง 3 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กด้วยจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX และระบบป้องกันเด็กเปิดประตูจากภายในรถ

ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ แอลอีดี เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี่เบรกหน้าเป็นแบบ ดิสค์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลัง ดรัมเบรก

ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (VDC)

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ลดปัญหารถไหลเมื่อออกตัว

ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ คน รอบคัน (Moving Object Detection) ในรุ่น VL

ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key พร้อมระบบ Immobilizer

รวมรายการทั้งหมดนี้ก็ถือว่า เต็มไปด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีรถยนต์ขนาดใหญ่ดีๆ นี่เอง

ซึ่งระบบต่างๆ หลายระบบได้ผ่านการทดสอบสภาพการทำงาน ในไทยเช่นระบบเบรกฉุกเฉืน ซึ่งต้องแน่ใจว่า รถดีแต๋น อยู่ในโปรแกรมสั่งให้หยุดด้วย หรือ รถตุ๊ก  รถกระบะที่มี คนนั่งหลังรถกระบะหลัง ซึ่งสภาพถนนก็ไม่เหมือน และบางอย่างไม่มีในญี่ปุ่น

มีการปรับปรุง แอร์ คอนดิชั่น ต่างไปจากญี่ปุ่น จีนเช่น อุญหภูมิ เริ่มต้นเท่าไร เวลาเท่าไร

นอกจากนี้ยังมีทดสอบความเข้ากันได้การตอบสนองต่อคลื่นวิทยุและวิทยุต่างๆ

โน๊ตมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง เรเดียน เรด, สีชมพู สวีท พิงค์, สีม่วง พลัม, สีขาว ไวท์ เพิร์ล, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ และสีดำ แบล็ค สตาร์ โดยมี 2 รุ่น ย่อย คือ 1.2V และ 1.2 VL

 

บทสรุปใครจะซื้อ นิสสัน โน๊ต
ถ้าไปเทียบกับฮอนด้า แจ๊ส มาสด้า2  รถที่พัฒนามาเพื่อกลุ่มคนที่ซื้อรถเหล่านี้มันมีความต่างกันชัดเจน ถ้านำเอาจุดประสงค์ของคนออกมามาตั้งจะเห็นว่า
1.โน๊ตไม่ใช่คู่แข่งกับมาสด้า2 เพราะว่า โน็ตพัฒนามาเพื่อครอบครัวคนรุ่นใหม่ก็จริงแต่ใช้รถแบบครอบครัวใหญ่ ในขณะที่มาสด้า2 ไม่เน้นเรื่องพื้นที่ใช้สรอย (ด้านหลังแคบ)เพราะว่า มาสด้าโฟกัสที่ คนขับและการขับขี่ มาสด้าโฟกัสแค่2 คนด้านหน้า แต่จะเด่นไปที่ความสนุก สมรรถนะในการควบคุมรถ อัตราเร่งแซง การขับขี่สามารถขับขี่ระหว่างเมืองได้โดดเด่น
2.ฮอนด้า แจ๊ส รถของฮอนด้า ใกล้เคียงโน๊ตมากที่สุด ด้วยความเอนกประสงค์ ลักษณะของการวางโครงสร้างด้านหลัง และช่วงการทำงานก็ยังใช้รถ ในการขับขี่ระหว่างเมืองได้ดี

3.นิสสัน โน๊ตจะเน้นกลุ่มขับขี่แบบร่วมสมัยแต่จะเน้นเรื่องของความ “ทันสมัย”จะเห็นว่าอุปกรณ์สมัยใหม่ที่ใส่เข้าไป ต้องเป็นคนขับรถที่ทันสมัยถึงจะยอมรับและเห็นว่ามีประโยชน์​ถ้าเป็นผู้บริโภคยุคเก่าอาจจะปฎิเสธไว้ก่อน ทั้งที่อนาคตเทคโนโลยีชุดนี้เข้ามาเป็นมาตรฐานแน่ในรถ และคนซื้อโน๊ต ต้องยอมรับเรื่องการขับขี่ระหว่างเมืองสู้ สองยี่ห้อแรกไม่ได้แต่ ก็ไม่ด้อยไปแบบ รถที่ทำมาสำหรับการใช้ในเมืองอย่าง มาร์ช หรือแอททราจ

4.ยาริส สมรรณะของยาริสกับโน็ต จัดว่าชนกันเต็มๆเพราะอาการของรถ”อันเดอร์เพาเวอร์”ทั้งคู่แต่ในเรื่องความ”ทันสมัย”ยาริสด้อยกว่าอย่างเป็นได้ชัด ความสดใหม่ ความครบครันของเทคโนโลยีให้ทางโน็ตไปแต่ความน่าเชื่อถือ ความคงทน อะไหล่ บริการและอื่นๆ ที่เป็นโตโยต้า ยาริส ก็ยังแข็งแกร่งอยู่มาก

[fblike]