ซิตี้ แฮทช์แบ็ก “ซิตี้ อี:เอชอีวี สเปคและราคา

หลังจากเก็บข่าวเงียบมานาน ฮอนด้า ประเทศไทย ได้ทำการแนะนำรถยนต์นั่ง 2 รุ่นพร้อมกันที่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่  24 พฤศจิกายน 2563  โดยสำหรับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าจากญี่ปุ่น ได้เปิดตัวรถเก๋งขนาดซับคอมแพ็ค2 รุ่นใหม่ คือซิตี้ แฮทช์แบ็ก และฮอนด้า “ซิตี้ อี:เอชอีวี

ครั้งแรกในโลกที่ไทย ปิดลับข้อมูล1 วัน
การเปิดรถรถใหม่ครั้งนี้ เป็นการแนะนำรถยนต์รอบเวิร์ล พรีเมียร์หรือ การเผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งงานจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่ สามย่าน มิดทาวน์ ถนนพระราม4 ต่อหน้าสื่อมวลชนไทยและมีการไฟล์สดพร้อมกันทั่วโลก งานกิจกรรมซิตี้ครั้งนี้มีรูปแบบที่ค่อนข้าง ซับซ้อนเพราะว่าก่อนที่ สื่อทั่วโลกจะได้เห็นโฉมหน้าของซิตี้ สื่อไทยได้รับเชิญให้ไปรับฟังข้อมูลเทคนิคต่างๆ ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 1 วัน โดยมีการขอให้ปิดข้อมูลไว้ก่อนห้ามเปิดเผย  จนกว่า วันที่ 24 พ.ย.63 เวลา 13.00 น. จากนั้นอีก1 วันฮอนด้าก็จัดเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยเชิญสื่อมวลชนร่วมรับชมรถและพรีวิวรถ ซึ่งมีการจัดคิวรีวิวรถ เพียงคันล่ะ 10 นาที ซึ่งการแนะนำรถ2 รุ่นเท่ากับว่าสื่อมีเวลาชมรถและทำการรีวิวในรอบเวิลด์ พรีเมียร์นี้ 20 นาทีเท่านั้นทั้งนี้เหตุผลที่ฮอนด้าอธิบายคือเนื่องจาก รถมีข้อมูลจำนวนมากจึงจัดกิจกรรมถึง2 วันรวมถึงการเข้มงวดเรื่องการเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันcovid-19 ทำให้ไม่สามารถให้สื่อเข้าไปรีวิว รถพร้อมกันเป็นจำนวนมากทั้งนี้ฮอนด้าไม่ต้องการให้ภาพออกมาเป็นฝูงสื่อยืนมุงรถแล้วเผยแพร่ออกไปทั่วโลก

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่
รถสองคันของฮอนด้าถือเป็นไฮไลท์ เพราะคันหนึ่งเป็นการขยาย ไลน์ตัวถัง อีกคันหนึ่งคือการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ เข้ามาใช้เป็นขุมพลังขับเคลื่อนซึ่งสอดคล้องกันทิศทางของ ประเทศไทยที่ผลักดัน ความเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์แก่สื่อสายยานยนต์ว่า ที่ผ่านมาฮอนด้า นั้นจำหน่ายรถยนต์รถยนต์ซิตี้ในตลาดได้จำนวนมาก คือ 12เดือนที่เปิดตัวซิตี้ในไทย ขายไปแล้วกว่า 3.5 หมื่นคันตามเป้าหมาย ส่งผลให้ฮอนด้า เป็นผู้นำตลาด รถขนาดซับคอมแพ็คของเมืองไทย 

“ฮอนด้า ซิตี้ เป็นหนึ่งในโมเดลสำคัญของฮอนด้าในไทยที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดซับคอมแพคท์ในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งฮอนด้า ซิตี้ ล่าสุดหรือซิตี้เจเนอเรชันที่ 5 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 และเป็นครั้งแรกที่แนะนำเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในโลกโดยนำเอาเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมแฮทช์แบ็กมาอยู่ในยนตรกรรมซิตี้คาร์ยอดนิยม มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นในสไตล์แฮทช์แบ็ก  โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ภายในห้องโดยสารหรูหราสวยงามในโทนสีดำ มาพร้อมเบาะหนัง (เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

เบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) แยกพับแบบ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ได้แก่

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
  • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ใช้เป็นเหมือนเตียงนอนได้

 

เครื่อง3 สูบ 1.0ลิตรตัวเดียวกับซิตี้ซีดาน
ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ใช้ เครื่องเบนซิน เทอร์โบ ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที  ซึ่งเป็นสเปคเดียวกับตัวซิตี้ซีดาน ระบบถ่ายกำลัง เป็นเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20
ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร

ฟังก์ชั่นความปลอดภัย

ฮอนด้า ออกแบบตัวถัง  G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง พร้อม ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)  พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)  ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) และกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) เป็นต้น

แบ่งรถ3 เกรด 

  • รุ่น RS ราคา 759 000 บาท
  • รุ่น SV ราคา 675000 บาท
  • รุ่น S+ ราคา 599000 บาท

RSรุ่นทอปไลน์

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ รุ่น RS เป็นตัวทอปไลน์ ซึ่งใช้โครงสร้างตัวถังแบบ แฮทช์แบ็กเช่นกันแต่แตก ต่างที่รายละเอียดการตกแต่งประกอบไปด้วย ชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน กระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS  กันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว(รุ่นอื่น15นิ้ว) ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งแถบสีแดง (เพิ่มแถบสีแดงที่ไหล่เบาะ) มาพร้อมพนักเท้าแขนด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง อีกทั้งเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า
คอนเนค (
Honda CONNECT) และมีสีภายนอกเฉพาะรุ่น คือ สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) 

สำหรับสีรถซิตี้ 5 ประตูใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วย สีขาวแพลทินัม (มุก) เฉพาะรุ่น RS และ SV สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะรุ่น S+

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (e:HEV)

รถใหม่อีกรุ่นคือฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (e:HEV) เป็นการเติมไลน์อัพโปรดักซ์ของ ซิตี้ ซีดาน ให้มีตัวไฮเอ็นด์เพิ่มขึ้น โดยนำเทคโนโลยีไฮบริดแบบเต็มเข้ามาเป็นขุมพลังขับเคลื่อนและเป็นรถรุ่นแรก ในเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ที่มีการวางขุมพลังไฮบริดและ ในการเปิดตัวนี้ฮอนด้า ถือเป็นการเริ่มเปลี่ยนการสื่อสาร จากเดิมเรียก รถว่า ไฮบริด เป็น e:HEV

ไฮบริดแบบเต็ม

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (e:HEV)เป็น Full Hybrid ไม่ใช่ มายด์ไฮบริด ซึ่งฮอนด้าเรียก ระบบขับเคลื่อน นี้ว่า Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ซึ่งการทำงานจะ ผสานกันระหว่าง มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ตัวหนึ่งสร้างกระแสไฟ ตัวหนึ่งขับ)  กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน  รถให้แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมัน  27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20ได้

การออกแบบภายนอก

ซิตี้ ซีดาน ไฮบริดตัวนี้ ใช้พื้นฐานโครงสร้างภายนอกเช่นเดียวกับ ซิตี้ซีดานทั่วไปแต่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ เพิ่มเติมที่ บ่งบอก ว่าเป็นรถไฮบริด ด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย และในฐานะที่เป็นรถทอปไลน์จึงมีการแต่ง สปอร์ตในสไตล์ RS รอบคัน ด้วยกระจังหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว มาพร้อมล้ออัลลอย 16 นิ้วดีไซน์สปอร์ต ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายในทุกมิติ มาพร้อมเบาะหนังกลับดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง

ฟังก์ชั่นการใช้งาน
ฟังก์ชันการใช้งานยกเป็นระดับพรีเมียม เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง พร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) เป็นต้น

ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)
ระบบต่างๆ ที่ติดตั้งในซิตี้ e:HEV เป็นการนำทุกออฟชั่นของฮอนด้า มาใส่ไว้เช่นเดียวกับรถธงอย่าง แอคคอร์ด คือ

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

เทคโนโลยีความปลอดภัยยกระดับเท่าแอคคอร์ด
ด้านความปลอดภัยก็เช่นเดียวกัน ออฟชั่นต่างๆ อัพเกรดเท่ากับแอคคอร์ดทุกระบบ  เช่น ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น

รับประกันแบต 10 ปี

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ให้การประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง (Honda 24hr Roadside Assistance) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็กระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

ราคา 8.39แสน

ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่น e:HEV RS มีเกรดเดียว จำหน่ายในราคา 839,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)