ซาโยนาระอัพการาจ วันที่เซียงกงล้ำสมัยไม่มีที่ยืนในไทยแลนด์

อัพการาจ  ร้านขายของแต่งและอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ มือสองในลักษณะโมเดิร์นเทรดที่ใหญ่สุด ของญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาเปิดกิจการในไทย ตั้งแต่ปี 2013 ได้ถอนทัพกลับไป แล้วเหลือไว้เพียงตำนานว่า ครั้งหนึ่ง เราได้เคยเข้าไปสัมผัส ร้านดังจากญี่ปุ่นในไทย 

อัพการาจ(Up Garage)   จากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งในปี 2 เมษายน 1999  เป็นร้านขายอะไหล่แต่งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มือ 2 และศูนย์จำหน่ายยางรถอันดับ 1  ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ
หลังจากมีรายงานว่า คนไทยเริ่มให้ความนิยมหิ้วของแต่งจากญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่ไปซื้อจากร้านอัพการาจ เลยทำให้อัพการาจคิดจะเข้ามาเมืองไทยประกอบกับในช่วงหลังธุรกิจญี่ปุ่นพยายามหาทางออกมาทำธุรกิจนอกญี่ปุ่นมากขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่ดีนั้น นักลงทุนญี่ปุ่นได้นำธุรกิจและบริการเข้ามายังประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ปลีกอย่าง ไดโซะ ร้านอาหาร แบรนด์ต่างๆ ทำให้อัพการาจมองว่าเป็นโอกาส

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเริ่มทำการให้บริการ 3 ปี ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้อัพการาจ ประกาศปิดกิจการ ในไทยโดย ความล้มเหลวของอัพการาจ ไทยแลนด์ นอกจากสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงของ ธุรกิจค้าปลีกล้ำสมัย จะไม่สามารถแข่งขันได้ในสภาพแวดล้อมธุรกิจเมืองไทย เพราะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยก็ไม่ได้สดในนัก
อัพการาจ ดำเนินงานโดยบริษัท อัพการาจ (ไทยแลนด์) ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทมีสำนักงานอยู่ที่เลขที่1/697 ถนนประเสริฐมนูกิจ  ถือเป็นการดำเนินการสาขาแรกในประเทศไทย
ในช่วงแรกของการเปิดอัพการาจ ไม่ได้ใช้การประชาสัมพันธ์ในวงกว้างแต่ใช้โซเชี่ยลมีเดีย ในการเผยแพร่ข้อมูลว่า อัพการาจได้เข้ามาเมืองไทยแล้วซึ่งธุรกิจของญี่ปุ่น ที่เข้ามาขยายตัวมักจะใช้วิธีประชาสัมพันธ์เช่นนี้ เหมือนที่ใช้ในญี่ปุ่นซึ่งได้ผลดีกว่าการซื้อสื่อโฆษณาอื่นๆอย่างไรก็ตาม จุดนี้ทำให้ อัพการาจ ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเพราะขายได้เฉพาะกลุ่มที่รู้จักและเคยได้ไปสัมผัส อัพการาจในแดนปลาดิบมา ทำให้อัพการาจไม่ค่อยมีลูกค้าใหม่และบางครั้งลูกค้าไม่เข้าใจ คอนเซ็ฟของอัพการาจด้วยซ้ำไป

แหล่งข่าวระบุว่า  อัพการาจ (ไทยแลนด์) ตัดสินใจปิดกิจการสาขาแรกในไทย โดยประกาศโล๊ะสินค้าและขายเครื่องใช้สำนักงาน ไปก่อนปิดปี 2559 ในขณะที่สถานะของอัพการาจ (ไทยแลนด์) ในบริษัทจดทะเบียนแจ้งว่า “เลิกกิจการ” ยังไม่ได้ชำระบัญชี ถือเป็นการสิ้นสุดการบุกตลาดไทยแลนด์ของ ร้านของของแต่งมือสองที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น

อัพการาจ มาทำไมเมืองไทย

จากแนวคิดที่ว่า “ทำให้อะไหล่รถเป็นของที่หาได้ง่าย และใกล้ตัว”  อัพการาจ  เริ่มต้นธุรกิจด้วยการรับซื้ออะไหล่ และอุปกรณ์ตกแต่งรถมือสอง นำมาเพิ่มมูลค่า
และนำออกมาขาย   ด้วยหวังว่าลูกค้าจะสามารถสนุกกับการแต่งรถได้มากขึ้นกว่าที่เคยเพื่อให้ลูกค้า สามารถ เลือกซื้อ
สินค้าคุณภาพเยี่ยมหลากหลายชนิด และสนุกสนานกับการแต่งรถตามสไตล์ที่ท่านชอบ  ในราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม
สำหรับ อัพการาจ ยังรับซื้อและขายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่งมือสองสำหรับรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์  หลายชนิด ทั้งยาง ล้อแม็กซ์ เครื่องเสียง อุปกรณ์นำทางภายในรถยนต์ ฯลฯ
อัพการาจ มีความน่าสนใจโดย ลูกค้า สามารถซื้อสินค้า ที่ไม่มีในไทยและหาไม่ได้จากที่อื่นนอกจากที่ อัพการาจเท่านั้น

แฟชั่นต่างกัน จุดจบร้านแต่ง

          พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา  ผู้ก่อตั้ง Souped Up Thailand กล่าวกับ thaiautopress.com  โดยวิเคราะห์แบบฟันธงว่าจุดตายของอัพการาจ คือสินค้าที่จำหน่ายไม่ตรงกับจริตของนักแต่งรถไทย เพราะว่า ของแต่งรถที่ญี่ปุ่น นิยมรุ่นต่างๆ กัน เช่นเมืองไทย มีแจ๊ส แต่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีหรืออย่าง R35 ที่สินค้าแต่งในญี่ปุ่นมีมากแต่ใน ไทยรถเหล่านี้ มีมีจำนวนไม่มาก เป็นกลุ่มเฉพาะมักจะสามารถ หิ้วขึ้นเครื่องหรือฝากตู้มาได้

ในขณะที่มุมมองของนักธุรกิจญี่ปุ่น รายหนึ่งกล่าวว่า  ความต่างระหว่าง อัพการาจ ในไทยกับในญี่ปุ่นอาจจะทำให้อัพการาจไม่ประสบความสำเร็จ  นั่นคือ อัพการาจ ไทยแลนด์พยายาม ยกระดับสินค้าและราคา เป็นกลุ่มพรีเมี่ยม ทำให้ราคาของสินค้า เทียบกับกับของใหม่บางอย่างในขณะที่ กองทัพมดใช้การหิ้วเข้ามาโดยตรง  ต้นทุนของอัพการาจจึงแข่งขันได้ยาก

นอกจากนี้ อัพการาจยังเจอ คู่แข่งรายใหญ่ นั่นคือ ตลาดเซียงกง ที่คนไทยยังนิยมไปหาซื้อแม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นตลาดหลักที่มีเป้าหมายเดียวกับอัพการาจและมีความยืดหยุ่น ทั้งด้านราคาและบริการ ทั้งหมดนี้ทำให้ อัพการาจต้องกล่าวคำว่า “อาริกาโตะโกไซมัส และซาโยนาระ”ไทยแลนด์ หิ้วกระเป๋ากลับบ้านไปในเวลาไม่นาน [fblike]