ขนส่งรับจดทะเบียนรถไฟฟ้า เปิดช่องEVไซส์เล็กลงวิ่งบนถนน

รัฐคลอดกฏหมายรองรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์จัดกลุ่มเช็กเมนท์ เหมือนยุโรปส่งโดยประกาศ ราชกิจจานุเบกษาเมื่อ ๑๖ ก พ ๒๕๖๐
มีผลบังคับใช้ 30วันหลังประกาศ โดย รถยนต์ไฟฟ้า (L2 L7 L6) (ขนาดความเร็วไม่เกิน-45กม/ชม)ได้ช่องเตรียมเปิดตลาดกันคึกคัก ซึ่งรายละเอียดของกรมขนส่งทางบก
เรื่อง กําหนดกําลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๐
มีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดกําลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถ
ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ไว้แล้ว นั้น
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศดังกล่าวให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้ข้อกําหนด
เกี่ยวกับรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงกําหนดลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเครื่องยนต์และ
ของรถที่จะรับจดทะเบียนเป็นรถประเภทต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๘ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกประกาศ
กําหนดกําลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้ ดังต่อไปนี้

๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กําหนดกําลังของมอเตอร์ไฟฟ้า
ที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
๒ รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร รถยนต์บริการให้เช่า รถยนต์ส่วนบุคคล ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกําลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในกรณีรถตามวรรคหนึ่ง เป็นรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน ที่มีน้ําหนักรถไม่รวมน้ําหนักของแบตเตอรี่ น้อยกว่า ๔๕๐ กิโลกรัม หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
ที่มีน้ำหนักรถไม่รวมน้ําหนักของแบตเตอรี่ น้อยกว่า ๖๐๐ กิโลกรัม ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
ต้องมีกําลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า ๔ กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถ
ให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ให้รถดังกล่าวติดเครื่องหมายตามแบบ
ที่กําหนดท้ายประกาศนี้บริเวณท้ายรถทางด้านซ้ายในที่ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

๓ รถยนต์รับจ้างสามล้อและรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
ต้องมีกําลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า ๔ กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

๔ รถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกําลังพิกัด (Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า ๒๕๐ วัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
๕ รถบดถนนและรถแทรกเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกําลังพิกัด(Rated Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลวัตต์
๖ มอเตอร์ไฟฟ้าของรถตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ ต้องสามารถขับเคลื่อนรถในขณะที่มีน้ําหนักรถรวมน้ําหนักบรรทุก (Gross Vehicle Weight) ตามที่ผู้ผลิตกําหนดด้วยความเร็วสูงสุดตามที่กําหนดในประกาศนี้ ได้ต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที

๗ รถตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง ที่จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับและมี
การแจ้งไม่ใช้รถตลอดไปหรือทะเบียนเป็นอันระงับ หากเจ้าของรถนํามาจดทะเบียนใหม่ให้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า
ที่มีกําลังไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลวัตต์ ที่สามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตร
ต่อชั่วโมงต่อไปได้
๘ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐
สนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก[fblike]


ดูประกาศเดิม
ประกาศกรมการขนส่งทางบก
เรื่อง กำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

เพื่อให้การรับจดทะเบียนรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปด้วยความเหมาะสม และเกิดความปลอดภัยต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ ขนาด หรือกำลังของเครื่องยนต์และของรถที่จะรับจดทะเบียนเป็นรถประเภทต่างๆ พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์รับจ้าง รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และรถยนต์บริการที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องมีกำลังไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข้อ ๒ รถยนต์รับจ้างสามล้อและรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องมีกำลังไม่น้อยกว่า ๔ กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

ข้อ ๓ รถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องมีกำลังไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข้อ ๔ รถบดถนน และรถแทรกเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าต้องมีกำลังไม่น้อยกว่า ๑๕ กิโลวัตต์

ข้อ ๕[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก[fblike]